มหัศจรรย์...สแกนดิเนเวีย Midnight Sun เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน 12 วัน 9 คืน

เดนมาร์ก

ไฮไลท์แพ็คเกจ

เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน 1 ปี มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น


กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : เช็คอิน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
  • 22:00
    • พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินไทยแอร์เวย์ประตู 3 เคาน์เตอร์ D Thai Airwaysโดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
วันที่สอง 2 : เมืองโคเปเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก • รูปปั้นนางเงือกน้อย • น้ำพุเกฟิออน • พระราชวังอามาเลียนบอร...
  • 01:20
    • ออกเดินทาง (บินตรง) สู่ราชอาณาจักรเดนมาร์ก (Kingdom of Denmark) เมืองโคเปเฮเกนโดยเที่ยวบินที่ TG950 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง **ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง 50 นาที **
  • 07:40
    • เดินทางถึง ท่าอากาศยานโคเปนเฮเกนกาสทรัป ประเทศเดนมาร์ก ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ** เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง ** พบการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ โคเปนเฮเกน (COPENHAGEN) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเดนมาร์ก และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย

    • จากนั้น นำท่านชม รูปปั้นนางเงือกน้อย (THE LITTLE MERMAID) ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือริมอ่าวโคเปนเฮเกน ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญแก่กรุงโคเปนเฮเกน โดย คาร์ล จาค็อบเซน บุตรชายของผู้ก่อตั้งบริษัทเบียร์คาร์ลสเบิร์ก ได้มีความประทับใจจากการดูบัลเล่ต์ เรื่อง The Little Mermaid ผลงานของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เป็นอย่างมาก จึงว่าจ้างศิลปินชาวเดนมาร์กชื่อ เอ็ดวาร์ด อีริกเซน มาปั้นรูปเงือกน้อยนี้ โดยนำแบบใบหน้ามาจากนักเต้นบัลเลต์ชื่อ เอลเลน ไพรซ์ ส่วนร่างกายที่เป็นหญิงเปลือยนำแบบมาจากภรรยาของตัวเขาเองและที่นี่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองที่นี่เป็นสถานที่ยอดฮิตที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 1 ล้านคนมาเที่ยว เพื่อเก็บภาพคู่กับรูปปั้น The Little Mermaid และถ้าเรามาถึงโคเปนเฮเกนทั้งทีก็ห้ามพลาดเลยนะคะ

    • น้ำพุเกฟิออน (GEFION FOUNTAIN) รูปปั้นของเทพีนอร์ดิกเกฟิออนที่กำลังลากจูงวัวกระทิง 4 ตัว ที่มีความเชื่อว่า เทพีนอร์ดิกเกฟิออนทำการไถคราดเพื่อให้เกิดเป็นประเทศเดนมาร์คนั่นเอง

    • ถ่ายรูปกับ พระราชวังอามาเลียนบอร์ก (AMALIENBORG PALACE) เป็นพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์เดนมาร์ก ตั้งอยู่ริมน้ำทางเหนือของตัวเมืองโคเปนเฮเกนค่ะ สร้างขึ้นเมื่อกลางศตวรรษที่ 18 เพื่อเฉลิมฉลองวาระการครบรอบ 300 ปีของราชวงศ์โอลเดนบวร์ก และใช้เป็นที่พำนักของเหล่าราชวงศ์ 4 ครอบครัว

    • เดินทางสู่ ท่าเรือนูฮาวน์ (Nyhavn) เป็นเขตท่าเรืออันเก่าแก่ของโคเปนเฮเกน ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของตัวเมือง ตามประวัติได้กล่าวไว้ว่า พระเจ้าเฟรเดอริกที่ 5 ทรงรับสั่งให้สร้างท่าเรือใกล้ๆ ตัวเมืองหลวง เพื่อให้สะดวกง่ายต่อการขนย้ายสินค้า และใช้เป็นท่าเรือพาณิชย์สำหรับเรือจากทั่วทุกมุมโลกมาเทียบท่า ในวันอากาศดีๆ ถือเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยว สามารถเลือกทานอาหารชมบรรยากาศชิลๆ
    รูปปั้นนางเงือกน้อย The Little Mermaid ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือริมอ่าวโคเปนเฮเกน ปร...

    รูปปั้นนางเงือกน้อย The Little Mermaid ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือริมอ่าวโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กค่ะ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญแก่กรุงโคเปนเฮเกน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2456 โดย คาร์ล จาค็อบเซน บุตรชายของผู้ก่อตั้งบริษัทเบียร์คาร์ลสเบิร์ก ได้มีความประทับใจจากการดูบัลเล่ต์ เรื่อง The Little Mermaid ผลงานของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เป็นอย่างมาก จึงว่าจ้างศิลปินชาวเดนมาร์กชื่อ เอ็ดวาร์ด อีริกเซน มาปั้นรูปเงือกน้อยนี้ โดยนำแบบใบหน้ามาจากนักเต้นบัลเลต์ชื่อ เอลเลน ไพรซ์

    น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน (Gefion Fountain) หนึ่งในอนุสรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเดนม...

    น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน (Gefion Fountain) หนึ่งในอนุสรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเดนมาร์ก (Denmark) รูปปั้นเทพีเกฟิออนในตำนานนอร์ส บ่ออธิษฐานสุดศักดิ์สิทธิ์ที่ใครๆ ก็ไปขอพร สถานที่ท่องเที่ยวที่ทั้งสวยงามและน่าเกรงขาม น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน (Gefion Fountain) นั้นตั้งอยู่ในสวนสาธารณะแลนเจอลีนี (Langelinie Park) ที่เมืองโคเปนเฮเกน (Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ก (Denmark) น้ำพุแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในอนุสรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้านบนน้ำพุมีรูปปั้นขนาดมหึมาตั้งอยู่ โดยเป็นรูปปั้นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังกุมบังเหียนของวัวขนาดยักษ์ 4 ตัว รูปปั้นหญิงสาวนั้นเป็นรูปปั้นของเกฟิออน (Gefion) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่าเกฟยุน (Gefjun) เกฟิออนเป็นเทพในตำนานนอร์ส (Norse Mythology) ชาวเมืองเชื่อกันว่าน้ำพุแห่งราชินีเกฟิออนเป็นน้ำพุอธิษฐานและหากเราโยนเหรียญลงไปในน้ำพร้อมกับขอพร พรข้อนั้นจะเป็นจริงขึ้นมา ตามตำนานนั้น เกฟิออนคือเทพีที่ไถซีเเลนด์ (Zealand) ออกมาจากประเทศสวีเดน (Sweden) ตอนที่กษัตริย์ของสวีเดินนั้นยื่นข้อเสนอให้กับเธอว่าเขาจะยอมยกแผ่นดินทั้งหมดที่เธอสามารถไถกลบได้ภายในเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืน น้ำพุแห่งนี้นั้นได้รับบริจาคมาจากมูลนิธิคาร์ลส์เบิร์ก (Carlsberg Foundation) ในฐานะของขวัญแก่เมืองโคเปนเฮเกนในโอกาสที่โรงผลิตเบียร์คาร์ลส์เบิร์กอายุครบ 50 ปีในปี 1897 แต่ตัวรูปปั้นเกฟิออนและวัวทั้งสี่นั้นมาสร้างที่หลังและเสร็จสมบูรณ์ในปี 1904 แต่กว่าการประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกันจะเสร็จพร้อมใช้งานจริงๆ ก็ในปี 1908 การไปเที่ยวชมน้ำพุแห่งราชินีเกฟิออนนั้นไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และเปิดให้เข้าชมตลอด การเดินทางไปสามารถทำได้โดยการนั่งรถบัสสาย 1A และ 26

    พระราชวังอมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace) พระราชวังฤดูหนาวสุดอลังการของราชวงศ์...

    พระราชวังอมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace) พระราชวังฤดูหนาวสุดอลังการของราชวงศ์เดนมาร์ก การเปลี่ยนเวรทหารที่เลื่องชื่อ ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับราชวงศ์ที่จะพาคุณย้อนกลับไปในอดีตกว่า 150 ปี พระราชวังอมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace) ตั้งอยู่ที่เมืองโคเปนเฮเกน (Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ก (Denmark) พระราชวังแห่งนี้คือพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์เดนมาร์ก จุดเด่นคือเป็นสถาปัตยกรรมโรโกโก (Rococo Architecture) และประกอบขึ้นจากอาคารถึงสี่หลังที่ตั้งอยู่ตามแต่ละด้านในจัตุรัสเดียวกัน ตรงกลางมีรูปปั้นพระเจ้าเฟดเดอริกที่ 5 ตั้งอยู่ ตอนแรกพระราชวังเเห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนของราชวงศ์เท่านั้น แต่ในปี 1794 พระราชวังหลักแห่งเดิมเกิดเหตุไฟไหม้ ทำให้พระราชวังอมาเลียนบอร์กกลายเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าราชวงศ์เดนมาร์กมาจนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้เปิดให้คนภายนอกเข้าชมถึง 2 ตึกจาก 4 ตึก รวมถึงพิพิธภัณฑ์พระราชวังอมาเลียนบอร์ก (The Amalienborg Palace Museum) ที่ตั้งอยู่ในพระราชวังพระเจ้าคริสเตียนที่ 8 อีกด้วย ตัวพิพิธภัณฑ์กินพื้นที่ถึงสองชั้นเต็มๆ ของตัวพระราชวัง การตกแต่งภายในจะพาเราย้อนเวลากลับไปสัมผัสกับชีวิตและบรรยากาศของชีวิตราชวงศ์เดนมาร์กในอดีต อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือการเปลี่ยนเวรทหาร โดยจะทหารจะเริ่มเดินขบวนจากพระราชวังโรเซนเบิร์กและไปสิ้นสุดที่พระราชวังอมาเลียนบอร์กเพื่อเปลี่ยนเวรยามตอนเที่ยงตรงของทุกวัน ที่นี่จะเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 16.00 น. ในระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม สำหรับเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงวันที่ 22 ของเดือนธันวาคมจะเปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 15.00 น. ส่วนวันที่ 26 ธันวาคมถึงวันที่ 31 ธันวาคมจะเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 15.00 น. ค่าเข้าชมอยู่ที่ 105 โครนเดนมาร์ก ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีเข้าฟรี สามารถนั่งรถบัสสาย 66 ไปที่พระราชวังได้เลย เวลาเปิดปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 16.00 น. ในระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม สำหรับเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงวันที่ 22 ของเดือนธันวาคมจะเปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 15.00 น. ส่วนวันที่ 26 ธันวาคมถึงวันที่ 31 ธันวาคมจะเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 15.00 น. ค่าเข้าชม : 105 โครนเดนมาร์ก ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีเข้าฟรี วิธีการเดินทาง : รถบัสสาย 66

    ท่าเรือนูฮาวน์ Nyhavn ซึ่งเป็นเขตท่าเรืออันเก่าแก่ของโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ตั้งอยู...

    ท่าเรือนูฮาวน์ Nyhavn ซึ่งเป็นเขตท่าเรืออันเก่าแก่ของโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของตัวเมือง ตามประวัติได้กล่าวไว้ว่า พระเจ้าเฟรเดอริกที่ 5 ทรงรับสั่งให้สร้างท่าเรือใกล้ๆ ตัวเมืองหลวง เพื่อให้สะดวกง่ายต่อการขนย้ายสินค้า และใช้เป็นท่าเรือพาณิชย์สำหรับเรือจากทั่วทุกมุมโลกมาเทียบท่า ในสมัยก่อนพื้นที่ริมน้ำย่านนี้ทรุดโทรมมาก เรียกว่าเป็นจุดเสื่อมโทรมของเมืองเลยก็ว่าได้ค่ะ แต่ในปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งความบันเทิงอันทันสมัย เต็มไปด้วยร้านอาหารชื่อดังมากมาย ผับ บาร์ และร้านขายของที่ระลึกที่สวยงาม รายล้อมไปด้วยตึกสีสันสดใสมากมาย พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเดนมาร์กได้สงวนพื้นที่บางส่วนไว้เป็นท่าจอดเรือเก่าแก่ เรือใบ และเรือสินค้าโบราณ มีหลายลำที่ยังคงใช้งานอยู่ และได้รับการบูรณะซ่อมแซมอย่างดีถูกนำมาจอดทอดสมออยู่ริมสองข้างฝั่งแม่น้ำ และยังมีสมอเรือขนาดใหญ่ที่ได้ถูกนำไปใช้กับเรือรบ ตั้งอยู่เป็นอนุสรณ์เพื่อระลึกถึงกลุ่มชาวทหาร และลูกเรือที่เสียสละกว่า 1700 รายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ยิ่งทำให้ย่านนูฮาวน์เป็นสถานที่ที่น่าสนใจ และในวันอากาศดีๆ ถือเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยว สามารถเลือกทานอาหารชมบรรยากาศชิลๆ หรือล่องเรือชมเมืองและอ่าวก็ได้

  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • บ่าย
    • จากนั้น ให้ท่านได้อิสระชอปปิ้ง ณ ถนนสตรอยก์ (Strøget) ถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในโลก ร้านบนถนนช้อปปิ้งสายหลักของเมืองนั้นเต็มไปด้วยแบรนด์ดังที่เราคุ้นเคยดี ตั้งแต่ Louis Vuitton ไปจน Urban Outfitter และ Zara ที่ไม่ว่าใครจะเข้ามาแล้วกี่เมืองกี่สาขา ก็ไม่สามารถหยุดขาตัวเองไม่ให้เดินเข้าไปซ้ำได้ แต่ที่น่าสนใจมากกว่าคือร้านของแบรนด์ดีไซเนอร์ท้องถิ่นชื่อดัง อย่าง Wood Wood, Stine Goya, Henrik Vibskov ที่ตั้งอยู่บริเวณนี้เช่นกัน
  • 15:30
    • ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ท่าเรือสำราญ DFDS Scandinavian Seaways เพื่อทำการเช็คอิน (การนอนบนเรือกรุณาเตรียมกระเป๋าแยกชุดสำหรับค้าง 1 คืนเพื่อความสะดวกสบาย)
  • 17:00
    • ออกเดินทางสู่กรุงออสโล (OSLO) ประเทศนอร์เวย์ ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีบนเรือมากมาย ร้านอาหาร สปา การแสดงโชว์ และอื่นๆ
  • 19:30
    • รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารบุฟเฟต์บนเรือ เมนูซีฟู๊ดและอื่นๆอีกมากมาย ***โดยอาหารบุฟเฟต์ซีฟู๊ดทางเรือจะจัดเตรียมเมนูอาหารขึ้นอยู่แต่ละฤดูกาล***

    • ที่พัก DFDS Scandinavian Seaways ห้องแบบมีหน้าต่างเตียงคู่
วันที่สาม 3 : เมืองกอล • เมืองฟลอม • ล่องเรือชมซองน์ฟยอร์ด • เมืองเบอร์เกน
  • เช้า

    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือสำราญ

  • 09:45
    • เดินทางถึงท่าเรือ ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์
    • เดินทางต่อไปเมืองกอล (GOL) 190 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเมืองอีกเมืองหนึ่งที่เป็นปากประตูสู่เขตฟยอร์ดของนอร์เวย์
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    • เดินทางจากเมืองกอล ไปยังเมืองฟลอม Flam นำท่านล่องเรือชมซองน์ฟยอร์ด ที่สวยงามที่สุดในนอร์เวย์ มีความยาวถึง 204 กม. จากทะเลเข้ามาในแผ่นดิน โดยเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะแผ่นดินของธารน้ำแข็งเมื่อหลายล้านปีก่อน ระหว่างทางล่องเรือนั้นเราจะได้พบกับหมู่บ้านเล็กๆ หลายหมู่บ้าน ด้านข้างมีภูเขา จะมีน้ำตกเล็กๆที่ไหลมาจากหน้าผาให้เราเห็นเรื่อยๆ โดยเรือจะเริ่มออกจากเมืองกู๊ดวาเก้นไปถึงยังท่าที่เมืองฟลอม
    • การล่องเรือระหว่าง ฟลอม Flam และ กู๊ดวาเก้น Gudvangen นั้นถือว่าเป็นทริปที่ห้ามพลาด เพราะเป็นการล่องเรือชมฟยอร์ดที่สวยมากๆ ถ้าใครที่ชอบชมวิวระหว่างทาง การล่องเรือนี้ถือว่าห้ามพลาดเด็ดขาด
    • นำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเบอร์เกน (BERGEN) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นเมืองท่าโบราณ เเละมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองของนอร์เวย์ เป็นเมืองที่มีความสวยงามของอาคารต่างๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีตั้งเเต่สมัยศตวรรษที่ 18 โดยได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองเเห่งเจ็ดขุนเขาของนอร์เวย์
  • เย็น
    • รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม
    • ที่พัก SCANDIC BERGEN CITY หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ 4 : สถานีรถราง Fløibanen • เบอร์เกน • นั่งรถไฟสายโรแมนติก • เมืองเกลโล
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    • จากนั้น นำท่านเดินทางสู่สถานีรถราง Fløibanen เพื่อขึ้นไปบนยอดเขา Fløyen และชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองเบอร์เกน ชมเมือง ภูเขา และฟยอร์ดที่สวยงาม รถรางจะออกจากใจกลางเมือง ทุกๆ 15 นาที ชมเมืองมรดกโลกเบอร์เกน (BERGEN) เมืองนี้มีประวัติย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 11 มีท่าเรือโบราณเป็นแหล่งโบราณสถานระดับสากลที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ เนื่องจากเป็นท่าเรือค้าขายที่สำคัญมานานหลายศตวรรษ สันนิบาตฮันเซียติกได้เข้ามาถือครองพื้นที่บริเวณนี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ถึง 16 และเรายังคงมองเห็นร่องรอยต่างๆ ได้ในปัจจุบัน มีบ้านไม้สีสันสวยงามตั้งอยู่เรียงราย นับเป็นจุดยอดนิยมแห่งหนึ่งในเบอร์เกน
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    • จากนั้น นำท่านนั่งรถไฟเส้นทางสายโรแมนติก สายฟลอมสบานา (FLAMSBANA) หนึ่งในเส้นทางรถไฟสายสวยงามและมีความสูงชันที่สุดในโลก รวมระยะทางกว่า 20 กิโลเมตรจากฟลอมสู่มีร์ดาลเพียง 55 นาที มีร์ดาลเป็นศูนย์กลางของรถไฟสายโรแมนติก ตั้งอยู่บนความสูง 857 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลใกล้กับฟยอร์ด Aurland ที่มีภูมิทัศน์งดงามสุดสายตา ที่คุณจะได้ชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติฟยอร์ด อันเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งปกคลุมเหนือพื้นดิน เส้นทางรถไฟจะผ่านอุโมงค์, ลอดภูเขา, สะพานข้ามหุบเขาและแม่น้ำ และจอดให้ท่านได้ถ่ายภาพกับ น้ำตก Kjosfossen ที่งดงามตลอดฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อน ตลอดจนภูมิทัศน์อันงดงามของฟยอร์ดที่มีอยู่มากมาย สุดปลายทางที่มีร์ดาล
    • จากนั้น เดินทางไปยังเมืองเกลโล (GEILO) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง
  • เย็น
    • รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม
    • ที่พัก HIGHLAND LODGE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ห้า 5 : เมืองออสโล • สวนประติมากรรมวิกเกอร์แลนด์ • โอเปร่าเฮ้าส์ออสโล • ลานกระโดดสกี • ถนนคนเดินคา...
  • เช้า
    • บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    • เดินทางต่อไปเมืองออสโล (OSLO) 239 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับชาวต่างชาติ
  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร
    • จากนั้น ชม สวนประติมากรรมวิกเกอร์แลนด์ (Vigeland Sculpture Park) ตั้งอยู่ในเขตอุทยาน Frogner เป็นสวนประติมากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดดเด่นไปด้วยผลงานรูปแกะสลักหินและรูปหล่อสำริดจำนวนมากกว่า 200 ชิ้นงาน ที่น่าทึ่งคือ ผลงานทั้งหมดนั้นสรรสร้างโดยศิลปิน Gustav Vigeland เพียงคนเดียว แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของตัวศิลปินเป็นอย่างมาก โดยใช้เวลาในการสร้างรวม 22 ปีเลยทีเดียว
    • ถ่ายรูปกับ โอเปร่าเฮ้าส์ออสโล (OPERA HOUSE OSLO) แลนด์มาร์คสำคัญ เป็นศูนย์วัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ เป็นที่ตั้งของคณะอุปรากรและบัลเล่ต์ระดับชาติ อาคารรูปทรงเลขาคณิตที่สร้างจากกระจกและหินอ่อนขนาดใหญ่สไตล์โมเดิร์น มีดีไซน์อแปลกดุดตาไม่เหมือนกับที่อื่นในโลก ออกแบบให้ดูเหมือนธารน้ำแข็งยักษ์โผล่ขึ้นมาจากน้ำ และมีสะพานที่ลาดเอียงสีขาวโพลน
    • ถ่ายรูปกับ ลานกระโดดสกี (Ski Jumping Holmenkollenbakken) เป็นลานกระโดดสกีขนาดใหญ่ ที่สามารถบรรจุผู้ชมได้ถึง 30,000 คนเลย และยังได้รับรองมาตรฐานจาก สหพันธ์สกีนานาชาติ (FIS) เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันสกีในช่วงเทศกาล ซึ่งลานกระโดดสกีแห่งนี้ถูกใช้ในการแข่งขัน สกี (Holmenkollen Ski Festival) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1892 และในปี ค.ศ. 1980 ก็ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ที่ใช้แข่งขันสกีระดับโลก (FIS Ski Jumping World Cup)
    • อิสระชอปปิ้ง ณ ถนนคนเดินคาร์ลโจฮัน (KARL JOHAN STREET) แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ ตั้งอยู่กลางกรุงออสโล มีสินค้าทุกสิ่งอย่างให้ได้เลือกช้อป ของฝากของขวัญที่น่าซื้อก็คือ ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ น้ำมันปลา เนยแข็งเทียนไข และของที่ระลึก เช่น เรือไวกิ้ง หรือตุ๊กตา Troll ตุ๊กตาพื้นบ้านของนอร์เวย์ เครื่องครัว พวงกุญแจ เป็นต้น สินค้าและ ของที่ระลึกต่างๆ ราคาค่อนข้างสูง เนื่องจาก นอร์เวย์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก แต่ก็ จะมีช่วงลดราคาสินค้าปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์และเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมซึ่งจะลด 50-70 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
  • เย็น
    • รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
    • ที่พัก QUALITY HOTEL EXPO หรือเทียบเท่า
วันที่หก 6 : ออสโล • ฮอนนิงสโวก • Artico Ice Bar • ศูนย์นิทรรศการนอร์ธเคป
  • เช้า

    บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • 10:40

    ออกเดินทางจาก เมืองออสโล โดยสายการบินนอร์วีเจียนแอร์ไลน์ (DY) เที่ยวบินที่ DY320 **ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง**

  • 12:40

    เดินทางถึง ท่าอากาศยานอัลต้า

  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    • จากอัลต้าเดินทางสู่ เมืองฮอนนิงสโวก (Honningsvåg) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศเหนือที่สุดของประเทศนอร์เวย์ จัดตั้งเป็นเมืองขึ้นเมื่อปี 2539 มีพื้นที่ 1.07 ตารางกิโลเมตร มีจำนวนประชากร 2,415 คน
  • เย็น
    • รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
    • ให้ท่านได้แวะพักที่ร้าน Artico Ice Bar นั่งจิบเครื่องดื่มในร้านบาร์น้ำแข็งที่อยู่เหนือที่สุดของโลก
    • จากนั้น เดินทางสู่ ศูนย์นิทรรศการนอร์ธเคป (North Cape Hall) มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการสำรวจระบบนิเวศของภูมิภาคและของนอร์ธเคปซึ่งเป็นจุดหมายสำหรับนักเดินทางนอร์ธเคปมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านทัศนียภาพอันงดงามของมหาสมุทรแปซิฟิก ปรากฏการณ์ธรรมชาติ คนไทยกลุ่มแรกที่ได้ชมปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนก็คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และคณะ เมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ในปี 2450 (ค.ศ. 1907) ระหว่างที่พระองค์ได้เสด็จฯ ด้วยเรือพระที่นั่งไปยังแหลมเหนือหรือ North Cape (Nordkapp) ประเทศนอร์เวย์ ในคืนวันที่ 10 กรกฎาคม โดยในพระราชนิพนธ์ไกลบ้านได้ระบุหลักฐานดังกล่าวไว้ว่า “ที่ซึ่งได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์เวลาสองยามนี้เรียกว่าตำบลเกาะดารเออ ละติจูด 69 ดีกรี 5 มินิตเหนือ ลองจิจูด 17 ดีกรี 35 มินิตตะวันออก รู้สึกปลื้มใจเต็มที คล้ายกับเห็นสุริยุปราคา น่าประโคมแลแจกเงิน” โดยพระองค์ได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธย จปร. และปี ค.ศ. 1907 ไว้เป็นที่ระลึกบนก้อนหินด้วย
    • หลังจากที่ท่านได้มาถึงแล้วท่านจะได้รับใบรับรอง Certificate ที่มีชื่อของท่าน และดื่มด่ำฉลองกับแชมเปญและเมนูไข่ปลาคาเวียร์ด้วยบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก คุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนจุดชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนแห่งนี้
    • ที่พัก SCANDIC HONNINGSVAAG HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ด 7 : จับปูจักรพรรดิ • พิพิธภัณฑ์ SIIDA • เมือง SAARISELKA
  • เช้า
    • บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    • จากนั้น สุดพิเศษ นำท่านไปจับปูจักรพรรดิ หรือ คิงแครบ เป็นวงศ์ปูชนิดหนึ่ง มักพบในเขตน้ำเย็น เนื่องจากมีขนาดตัวที่ใหญ่และเนื้อมาก ประกอบกับมีรสชาติดี ทำให้ผู้คนนิยมรับประทาน จึงมีราคาค่อนข้างสูง
    • หลังจากกิจกรรมจับปูยักษ์ท่านจะได้ชิมรสชาดของปูยักษ์โดยชาวท้องถิ่นจะปรุงนำไปต้มให้ท่านได้รับประทานกันแบบสดสดเลยทีเดียว
  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารเที่ยงเมนูขาปูยักษ์
    • จากนั้นเดินทางไปยัง Siida เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนทะเลสาบ Inari ในหมู่บ้าน Inari เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์Sámiและศูนย์ธรรมชาติ Lapland Northern Laplace Siida จัดนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมSámiและธรรมชาติของ Northern Lapland
    • จากนั้นเดินทางไปยังเมือง SAARISELKA ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
  • เย็น
    • รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโงแรม
    • ที่พัก HOLIDAY CLUB SAARISELKA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่แปด 8 : โรวาเนียมิ • หมู่บ้านซานต้าครอส • ถ่ายรูปกับเส้น Arctic • เมืองเฮลซิงกิ
  • เช้า
    • บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    • เดินทางต่อไปเมืองโรวาเนียมิ (Rovaniemi) 257 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง นั้นเป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของฟินเเลนด์ ในเขตแลปแลนด์ เเละเป็นเมืองที่มีความสำคัญในระดับตำนานที่เด็กๆ ทั่วโลกต่างรับรู้กันเป็นอย่างดี เพราะที่นี่นับว่าเป็นบ้านของซานตาคลอส จึงไม่น่าเเปลกใจว่าที่นี่จะเป็นอีกเมืองที่น่ามาท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารที่หมู่บ้านซานต้า
    • จากนั้น ชม หมู่บ้านซานต้าครอส (SANTA S VILLAGE) ดินแดนตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ ตั้งอยู่บนเส้น Arctic ภายในหมู่บ้านมีพิพิธภัณฑ์ของเล่นเล็กๆ ร้านอาหาร ที่พัก ร้านขายของที่ระลึก ปัจจุบัน หมู่บ้านซานตาคลอสแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สามารถมาเจอคุณลุงซานต้าตัวเป็นๆ ได้ตลอดปีและเมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณเส้น Arctic พอดิบพอดี ซึ่งเหนือเส้นนี้ขึ้นไปก็จะนับเป็นเข 9 ขั้วโลกเหนือแล้ว ฉะนั้นกิจกรรมยอดนิยมของคนที่มาเมืองนี้ก็คือการถ่ายรูปกับเส้น Arctic นี่เอง โดนเขาจะมีสัญลักษณ์แสดงชัดเจน ทั้งเสาและเส้นแบ่งเขต ท่านจะได้รับใบประกาศที่แสดงว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้ข้ามเขต Arctic
    • ห้ามพลาดที่จะถ่ายรูปคู่กับลุงซานต้าเจ้าของหมู่บ้านแห่งนี้ค่ะ และยังมีที่ทำการไปรษณีย์ สำหรับส่งของขวัญและจดหมาย แถมได้ติดแสตมป์ที่ประทับตราพิเศษของ Santa Claus Village ส่งไปอวยพรคนสำคัญของคุณด้วย
  • 18:10

    ออกเดินทางจาก เมืองโรวาเนียมิ (Rovaniemi) โดยสายการบินฟินน์แอร์ (AY) เที่ยวบินที่ AY536 **ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชั่วโมง**

  • 19:25

    เดินทางถึง ท่าอากาศยานเฮลซิงกิวันตา (HEL)

  • เย็น
    • รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโงแรม
    • ที่พัก ORIGINAL SOKOS HOTEL PRESIDENTTI หรือเทียบเท่า
วันที่เก้า 9 : โบสถ์เทมเปลิโอคิโอ • จัตุรัสเซเนท • พิพิธภัณฑ์เมืองเฮลซิงกิ • ตลาดปลาเฮลซิงกิ
  • เช้า
    • บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    • โบสถ์เทมเปลิโอคิโอ หรือ โบสถ์หิน Rock Church เป็นโบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมแปลกกว่าที่อื่น โดยแต่ เดิมพื้นที่ของโบสถ์นี้เป็นเนินเขา และผู้ออกแบบได้ใช้วิธีสร้างโบสถ์ที่น่าสนใจ คือระเบิดเนินหินตรงกลาง เพื่อสร้าง โบสถ์ในนั้น โบสถ์ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น โบสถ์แห่งความรัก และมีความเชื่อว่าเมื่อใครก็ตามจุดเทียน อธิฐานเรื่องเกี่ยวกับความรักในโบสถ์นี้แล้วจะสมหวังในสิ่งที่อธิษฐาน คนฟินแลนด์มีความเชื่อเรื่องนี้ เนื่องจากโบสถ์นี้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2511 และเสร็จเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป และนั่นคือสาเหตุที่หนุ่มสาวชาวเฮลซิงกินิยมเลือกมาจัดงานแต่งงานกันที่โบสถ์แห่งนี้
    • เดินทางสู่ จัตุรัสเซเนท Senate Square ถ่ายภาพอาคารที่น่าตื่นตาตื่นใจรอบๆ จัตุรัสขนาดใหญ่แห่งนี้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมของการเมือง ศาสนาและวิทยาศาสตร์ในเมืองนี้ จัตุรัสขนาดใหญ่เป็นการอุทิศให้กับการออกแบบสไตล์นีโอคลาสสิกสมัยศตวรรษที่ 19 ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ที่บริเวณนั้น หอสมุดแห่งชาติเฮลซิงกิ หน้าอาคารภายนอกสีเหลือง เสาสีขาวและโถงกลมตรงกลาง ในมุมตะวันออกเฉียงใต้ของจัตุรัสคือบ้านของเซเดร์โฮล์ม ซึ่งเป็นอาคารหินที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองเฮลซิงกิที่อยู่ติดกัน เพื่อชมนิทรรศการน่าสนใจที่บอกเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิตของท้องถิ่น
  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร
    • เดินทางสู่ ตลาดปลาเฮลซิงกิ (Helsinki Fish Market) เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลสดๆ อาณาจักรแหล่งอาหารสดใหม่ทั้งของทะเล ที่พลาดไม่ได้เลยคือปลาแซลมอนที่มีความสดมาก หรือจะเป็นแบบรมควันก็มี ให้เลือกหลายอย่าง
  • 15:30

    ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ท่าเรือสำราญ SILJA LINE เพื่อทำการเช็คอิน (การนอนบนเรือกรุณาเตรียมกระเป๋าแยกชุดสำหรับค้าง 1 คืนเพื่อความสะดวกสบาย)

  • 17:00

    ออกเดินทางสู่กรุงสต็อกโฮล์ม (STOCKHOLM) ประเทศสวีเดน ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีบนเรือมากมาย ร้านอาหาร สปา การแสดงโชว์ และอื่นๆ

  • 19:30
    • รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารบุฟเฟต์บนเรือ เมนูซีฟู๊ดเครื่องดื่มเช่นเบียร์ไวน์และอื่นๆอีกมากมาย
    • ที่พัก DFDS Scandinavian Seaways ห้องมีหน้าต่างเตียงคู่
วันที่สิบ 10 : กรุงสต็อกโฮล์ม • ศาลาว่าการเมืองสตอกโฮล์ม • แกมล่าสแตน • ถ่ายรูปกับพระราชวังหลวง • มงกุฎสี...
  • เช้า

    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือสำราญ

  • 09:30
    • เดินทางถึงท่าเรือ ณ กรุงสต็อกโฮล์ม (STOCKHOLM) ประเทศสวีเดน
    • จากนั้น นำท่านชมศาลาว่าการเมืองสตอกโฮล์ม (Stockholm City Hall) ศาลาว่าการเมืองสตอกโฮล์ม ใช้เวลาสร้างถึง 12 ปี ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของสวีเดน คือ Ragnar Ostberg สร้างด้วยอิฐแดงกว่า 8 ล้านก้อน และมุงหลังคาด้วยหินโมเสค สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1911 และทุกๆ วันที่ 10 ของเดือนธันวาคมของทุกปี จะมีพิธีเลี้ยงรับรองผู้ได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Prize)
  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร
    • อิสระชอปปิ้งย่านแกมล่าสแตน Gamla Stan Area หรือ Old Town เป็นย่านเมืองเก่าที่อยู่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นอีกที่หนึ่งที่ผู้มาเยือน Stockholm ก็มักจะแวะมา "Gamla Stan" ในภาษาสวีเดน แปลว่า เมืองเก่า ที่นี่มีมาตั้งแต่สมัยเริ่มก่อตั้งเมืองสตอกโฮล์ม เป็นส่วนที่เก่าแก่และล้ำค่าทางประวัติศาสตร์มากที่สุดในเมืองเลยทีเดียวผสมผสานกับความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว แวะถ่ายรูปกับพระราชวังหลวง Royal Palace บริเวณแถบพระราชวัง มีตรอกซอกซอยต่าง ๆ เต็มไปด้วยร้านค้ามากมายให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านของขายที่ระลึก
    • ถ่ายภาพรูปกับมงกุฎสีทอง บนสะพาน Skeppsholmen Bridge เป็นสะพานใจกลางเมืองหลวงกรุงสตอกโฮล์ม โดยเชื่อมต่อจาก Blasieholmen มายังเกาะ Skeppsholmen ตัวสะพานนั้นมีความยาว 165 เมตร และกว้าง 9.5 เมตร มงกุฎสีทองมักจะเห็นในโปสการ์ดของสวีเดน เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยมีภาพเมืองเก่าปรากฏเป็นฉากหลัง
    • เดินทางสู่ สถานีรถไฟใต้ดินที่สวยที่สุดในโลกกรุงสตอกโฮล์ม Stockholm Metro เสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะใต้ดินที่ใหญ่ และยาวที่สุดในโลก เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1950 ปัจจุบันมีจำนวน 100 สถานี โดยเป็นสถานีใต้ดิน 47 สถานี และยกระดับ 53 สถานี มีจำนวน 10 เส้นทาง จัดเป็นกลุ่มสาย 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสายสีน้ำเงิน แดง และเขียว มีระยะทางยาวกว่า 110 กิโลเมตรเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละสถานี จะมีความเป็นเอกลักษณ์ มีธีมโดยเฉพาะ ตกแต่งด้วยสีสันสดใส ลวดลายสวยงาม ทั้งสวย ทั้งน่าตื่นตาตื่นใจ ถูกสร้างสรรค์โดยศิลปินกว่า 150 คน
  • เย็น
    • รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโงแรม
    • ที่พัก CLARION HOTEL STOCKHOLM หรือเทียบเท่า
วันที่สิบเอ็ด 11 : พิพิธภัณฑ์เรือวาซา • ท่าอากาศยานสตอกโฮล์ม-อาร์ลันดา
  • เช้า
    • บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    • จากนั้น ชม พิพิธภัณฑ์เรือวาซา (Vasa) เป็นเรือที่ถูกกู้ขึ้นมาในศตวรรษที่ 17 เนื่องจากสามารถรักษาชิ้นส่วนเดิมของเรือไว้ได้กว่า 95 เปอร์เซ็นต์และตกแต่งประดับประดาด้วยรูปแกะสลักนับร้อยชิ้น เรือ Vasa เป็นทรัพย์สมบัติทางศิลปะที่โดดเด่นและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เรือลำนี้ถูกจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อแสดงเรือลำนี้ในเมืองสตอกโฮล์ม ยังมีภาพยนตร์เกี่ยวกับเรือวาซาซึ่งคุณสามารถรับชมได้ 16 ภาษา
  • 10:30

    ได้เวลาอันสมควร เดินทางเข้าสู่ท่าอากาศยานสตอกโฮล์ม-อาร์ลันดา

  • 14:30

    เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย (TG) เที่ยวบินที่ TG 961

วันที่สิบสอง 12 : สนามบินสุวรรณภูมิ • กรุงเทพ
  • 05:50

    เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • หัวข้อเงื่อนไข
เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 45 วัน คืนค่ามัดจำ 50 %
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 30 ถึง 45 วัน ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บเงินมัดจำทั้งหมด
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางน้อยกว่า (<) 45 วัน บริษัทยินดีคืนเงินค่ามัดจำทั้งหมด

    *แจ้งรายละเอียดการเก็บค่าธรรมเนียม 10
ข้อมูลเอกสารในการขอวีซ่า
  • หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน และมีหน้าว่างไม่น้อยกว่า 3 หน้า ถ้ามีหนังสือเดินทางเล่มเก่า ที่เคยได้รับวีซ่าจากประเทศในกลุ่มเชงเก้น หรือวีซ่าประเทศ อื่นๆ ให้ท่านแนบมาด้วย


    รูปถ่ายสี 2 ใบ (ขนาด 3.5 cm x 4.5 cm) พื้นหลังสีขาวอายุไม่เกิน 6 เดือน ห้ามถ่ายด้วยตัวเอง รูปจะต้องเป็นภาพหน้าตรง กรุณารวบผมให้เห็นใบหน้าให้ชัดเจน และมองเห็นหูทั้งสองข้าง ห้ามสวมแว่นหรือเครื่องประดับ ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ ห้ามสวมแว่น และห้ามตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ โดยสถานทูตจะมีการเปรียบเทียบรูปถ่ายของท่านกับวีซ่า ที่ท่านเคยได้รับย้อนหลงไป 6 เดือน หากพบว่าท่านใช้รูปถ่ายเคยมีวีซ่าที่เกิน 6 เดือนแล้ว ท่านต้องถ่ายรูปใหม่ และโปรดเลือกเสื้อผ้าที่ไม่ซ้ำกับชุดเดิม ทางสถานทูตฯ เข้มงวดเรื่องรูปถ่ายมาก หากท่านไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ท่านอาจต้องเสียเวลาไปถ่ายรูปและต้องมาแสดงตัวใหม่ในการยื่นวีซ่า


    สำเนาบัตรประชาชน


    สำเนาทะเบียนบ้าน (กรุณาถ่ายหน้าแรกที่มีรายละเอียดบ้านเลขที่มาด้วย)


    สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ,เปลี่ยนนามสกุล


    ใบสมรส,ใบหย่า,สูติบัตร(เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี )


    หลักฐานการทำงาน

    • กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ (คัดลอกไว้ไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ยื่นวีซ่า) แปลเป็นภาษาอังกฤษ
    • กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า (ทพ.4), (พค. 0403) 
    • กรณีผู้เดินทางเป็นพนักงานบริษัทฯจดหมายรับรองการทำงานฉบับภาษาอังกฤษ(ตัวจริง) ระบุชื่อ นามสกุล เลขที่พาสปอร์ต ตามพาสปอร์ต ตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาว่าจ้าง วันที่ได้รับอนุมัติให้ลา (ให้ใช้ “TO WHOM IT MAY CONCERN” ไม่ต้องระบุชื่อสถานทูตในการยื่น ) 
    • กรณีที่เป็นข้าราชการ: ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงานที่สังกัด(มีอายุไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ยื่นวีซ่า)
    • กรณีราชการที่เกษียณอายุ ต้องแนบสำเนาบัตรข้าราชการบำเหน็จบำนาญ 
    • กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษานั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ และระบุชั้นปีที่ศึกษา เป็นภาษาอังกฤษ(มีอายุไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ยื่นวีซ่า)
    • อาชีพอิสระ โปรดเขียนจดหมายแนะนำตัวชี้แจงสถานะและรายได้ของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ

    กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์:เดินทางต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้

    • เดินทางกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บิดาและมารดา บิดาและมารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอม ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอ เท่านั้นและให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว 
    • เดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ ระบุว่า มารดายินยอมให้เด็กเดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา)
    • เดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ ระบุว่า มารดายินยอมให้เด็กเดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา) 
    • ในกรณีที่บิดามารดา ได้แยกทางกันนั้น จำเป็นที่ บิดา หรือ มารดา จะต้องแสดงหนังสือ ปกครองบุตรที่ถูกต้องทางกฏหมาย ( ป.ค. 14 ) พร้อม แปลเป็นภาษาอังกฤษ หรือ ถ้าในกรณีทะเบียนหย่า ระบุชัดเจนว่า ผู้เยาว์ อยู่อำนาจการปกครอง ของ บิดา หรือ มารดา ก็ใช้แทนกันได้ พร้อม แปลเป็น ภาษา อังกฤษ พร้อมใบสูติบัตร ของผู้เยาว์ เพื่อใช้ในการเชี่ยมโยงความสัมพันธ์

กรณีเจ็บป่วย
  • กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง


เงื่อนไขและข้อมูลควรทราบเพิ่มเติม
  • บริษัทฯมีสิทธ์ิในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมทัวร์ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้


    เที่ยวบิน, ราคาและรายการท่องเที่ยว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ


    หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 7 เดือน และบริษัทฯรับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่าน้ัน (หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 7 เดือน บริษัทฯไม่รับผดิชอบหากอายุเหลือไม่ถึงและไม่สามารถเดินทางได้)


    ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดความล่าช้าของสายการบิน,สายการบินยกเลิกบิน, การประท้วง,การนัด หยุดงาน,การก่อจลาจล หรือกรณีท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกเมืองจากเจ้าหน้าทตี่ รวจคนเข้าเมือง หรือเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งจากไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผดิชอบของบริษัทฯหรือเหตุภัยพบัติทางธรรมชาติ(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม)


    ทางบริษัทฯจะไม่รับผดิชอบใดๆทั้งสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัททัวร์)


    ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ,ไม่ทานอาหาร บางมื้อ,เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางบริษัทฯได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาจ่ายขาด ก่อนเดินทางเรียบร้อยแล้วเป็นการชำระเหมาขาด


    ทางบริษัทฯจะไม่รับผดิชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรมและหรือเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเองหรือในกรณที่กระเป๋าเกิดสูญหายหรือชำรุดจากสายการบิน


    กรณีที่การตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯและในต่างประเทศปฎิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศที่ระบุไว้ในรายการเดินทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น


    ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วราคาพิเศษ กรณีที่ท่านไม่เดินทางพร้อมคณะไม่สามารถนำมาเลื่อนวันหรือคืนเงินและไม่สามารถเปลี่ยนชื่อได้หากมีการปรับราคาบัตรโดยสารสูงขึ้นตามอัตราค่าน้ำมันหรือค่าเงินแลกเปลี่ยน ทางบริษัท สงวนสิทธ์ิปรับราคาตั๋วดังกล่าว


    เมื่อท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนผ่านตัวแทนของบริษัทฯหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆที่ได้ระบุไว้ข้างต้นนี้แล้วทั้งหมด


    กรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ เช่น Charter Flight , Extra Flight จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมด


    ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากพาสปอร์ตไม่ตรงกับใบหน้าปัจจุบัน ถึงจะยังไม่หมดอายุก็ตาม อาจทำให้ท่านโดนปฎิเสธการเข้าและออกประเทศได้ เช่น ศัลยกรรม ผ่าตัดขากรรไกรที่ทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไป ดังนั้น ท่านต้องทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ก่อนทำการจองทัวร์


    กรณีมี “คดีความ” ที่ไม่อนุญาติให้ท่านเดินทางออกนอกประเทศได้ โปรดทำการตรวจสอบก่อนการจองทัวร์ว่าท่านสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้หรือไม่ ถ้าไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น


    กรณี “หญิงตั้งครรภ์” ท่านจะต้องมีใบรับรองแพทย์ ระบุชัดเจนว่าสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ รวมถึงรายละเอียดอายุครรภ์ที่ชัดเจน สิ่งนี้อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น


    กรณีใช้หนังสือเดินทางราชการ(เล่มน้ำเงิน)เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวกับคณะทัวร์ หากท่านถูกปฏิเสธในการเข้า-ออกประเทศใดๆก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์และรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น


อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 20 กก.ต่อ 1 ใบ (โหลดได้ท่านละ 1 ใบ) กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง Hand Carry 7 กก.ต่อ 1 ใบ


    ค่าที่พักโรงแรมตลอดการเดินทาง ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)


    ค่าอาหารทุกมื้อตามรายการระบุ,น้ำดื่มบริการบนรถวันละ 1 ขวด/ท่าน


    ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการระบุ


    ค่ารถโค้ชรับ-ส่งสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการระบุ


    ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์นำเที่ยวคนไทย


    เงื่อนไขประกันการเดินทาง ค่าประกันอุบัติเหตุและค่ารักษาพยาบาล คุ้มครองเฉพาะกรณีที่ได้รับอุบัติเหตุ ระหว่างการเดินทาง ไม่คุ้มครองถึงการสูญเสียทรัพย์สินส่วนตัวและไม่คุ้มครองโรคประจ าตัวของผู้เดินทาง


    ตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด Economy Classไป-กลับพร้อมกรุ๊ป (BKK-CPH/ARN-BKK) สายการบินไทย Thai Airway(TG)


    ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ


    ภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินทุกแห่ง


    ทิปสำหรับคนขับรถและไกด์ท้องถิ่น


    ประกันอุบัติเหตุวงเงิน 2,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 2,000,000 บาท


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%


    ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ


    ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัมต่อท่าน


    ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มพิเศษ,โทรศัพท์-โทรสาร,อินเตอร์เน็ต,มินิบาร์,ซักรีดที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ


    ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศ ซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ


    ค่าทิปไกด์ หัวหน้าทัวร์ตามระเบียบธรรมเนียมวันละ 100 บาท รวมทั้งทริป 12 วัน 1,200 บาท/ท่าน


ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก
  • สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง (Triple) มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่าน้ัน กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่3 ท่าน บริษัทฯขอ แนะนำให้ท่านเปิดห้องพักเป็นแบบ 2 ห้อง (1 Twin+1 Sgl) จะสะดวกกับท่านมากกว่า


    การวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมจะมีความแตกต่างกัน อาจทำให้ห้องพักแบบเดี่ยว Single ห้องคู่ Twin/Double อาจจะไม่ติดกันหรืออยู่คนละช้ัน


    กรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ(Trade Fair)เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม


    โรงแรมฮ่องกงมีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องมีขนาดกระทัดรัต ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆและห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกันด้วย


    โรงแรมในยุโรปส่วนมากจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอยู่ในภูมิภาคที่มีอุณหภูมิต่ำ จะมีบริการเครื่องปรับอากาศเฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น


PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
0 บทวิจารณ์
0 บทวิจารณ์