เบตง 3วัน 2คืน

สงขลา , ไทย

ไฮไลท์แพ็คเกจ

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว – วัดช้างให้ หลวงปู่ทวด – เบตง – หอนาฬิกา – ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในโลก – สตรีทอาร์ตเบตง – ถนนคนเดินเมืองเบตง - SKY WALK ชมทะเลหมอก อัยเยอร์เวง – ถ่ายรูปสะพานแตปูซู - น้ำตกเฉลิมพระเกียรติร.9 – สวนหมื่นบุปผา - ร้านเฉาก๊วยวุ้นดำ ก.ม.4 – อุโมงค์ปิยะมิตร – บ่อน้ำร้อนเบตง - อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ – วัดพุทธาธิวาส – ป้ายใต้สุดสยาม – DELISH MARAS CAFÉ - หาดใหญ่ – ตลาดกิมหยง

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

26-28 ตุลาคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿6,299
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่ม
฿2,500
28-30 ตุลาคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿6,299
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่ม
฿2,500
29-31 ตุลาคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿6,299
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่ม
฿2,500

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ท่าอากาศยานหาดใหญ่ – ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว – วัดช้างให้ หลวงปู่ทวด...
  • 04:30
    • คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ชั้น 3 เคาน์เตอร์ สายการบินไทยไลออนแอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนเพื่อรับหน้ากากอนามัยแบบผ้า และมัคคุเทศก์คอยให้คำแนะนำมาตราการการป้องกัน COVID-19 ก่อนออกเดินทาง

    • *กรุณาเผื่อเวลาในการเดินทางมายังสนามบิน เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเช็คอิน สายการบินจะปิดให้ทำการเช็คอินก่อนเวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง*
  • 06:20
    • ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดย สายการบินไทยไลออนแอร์เที่ยวบินที่ SL702 ใช้เวลาบินโดยประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที
  • 07:50
    • เดินทางถึง ท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

    • หลังจากทุกท่านรับสัมภาระ และทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว

    • นำท่านเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี ทำท่านสักการะ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของ จ.ปัตตานีมาตั้งแต่โบราณ ตั้งอยู่ที่ถนนอาเนาะรู อำเภอเมือง ปัตตานี เดิมศาลเจ้านี้มีชื่อเรียกว่า "ศาลเจ้าซูก๋ง" ตามหลักฐานที่จารึกอยู่ในศาลเจ้า ตั้งขึ้นในปีปีพุทธศักราช 2117 ในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา แม้ศาลเจ้านี้จะตั้งมาเก่าแก่นับได้หลายศตวรรษ แต่ด้วยบุญญาภินิหารของเจ้าแม่หลิมกอเหนี่ยว ศาลเจ้านี้จึงมีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นที่ศรัทธาของสาธุชนเสมอมามิได้ขาด

    • นำท่านเดินทางสู่วัดราษฎร์บูรณะ หรือวัดช้างให้ เป็นวัดเก่าแก่ราว 300 ปี สร้างมาเมื่อใดและใครเป็นคนสร้างก็ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด เดิมเป็นวัดร้างและถูกทอดทิ้งมาเป็นเวลานาน ถือเป็นวัดต้นตำรับของหลวงปู่ทวด ท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัด ในส่วนของสถูปศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอัฐิหลวงพ่อทวด ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง มีผู้คนไปกราบไหว้บนบานอยู่เนืองนิจใครเจ็บไข้ได้ป่วยหรือวัตถุสิ่งของถูกขโมย หรือศูนย์หายก็พากันไปบนบาน ณ ที่สถูปแห่งนี้ ภายในวัดยังมีวิหารสมเด็จหลวงพ่อทวด เป็นวิหารที่ประดิษฐานรูปเหมือนของหลวงพ่อทอง ซึ่งมีขนาดเท่องค์จริง รูปแบบการก่อสร้างเป็นแบบก่ออิฐถือปูนทรงไทยสวยงาม
    ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง...

    ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของ จ.ปัตตานีมาตั้งแต่โบราณ ตั้งอยู่ที่ถนนอาเนาะรู อำเภอเมือง ปัตตานี เดิมศาลเจ้านี้มีชื่อเรียกว่า "ศาลเจ้าซูก๋ง" ตามหลักฐานที่จารึกอยู่ในศาลเจ้า ตั้งขึ้นในปีปีพุทธศักราช 2117 ในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา แม้ศาลเจ้านี้จะตั้งมาเก่าแก่นับได้หลายศตวรรษ แต่ด้วยบุญญาภินิหารของเจ้าแม่หลิมกอเหนี่ยว ศาลเจ้านี้จึงมีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นที่ศรัทธาของสาธุชนเสมอมามิได้ขาด

    เดิมชื่อวัดช้างให้ ตามตำนานเมืองปัตตานีกล่าวว่า พระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี ต้อ...

    เดิมชื่อวัดช้างให้ ตามตำนานเมืองปัตตานีกล่าวว่า พระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี ต้องการหาชัยภูมิสร้างเมืองใหม่ให้น้องสาวจึงได้เสี่ยงสัตย์อธิษฐานปล่อยช้างเจ้าเมืองและไพร่พลเดินตามไปเมื่อถึงป่าแห่งหนึ่ง (ที่วัดช้างให้ในปัจจุบัน) ช้างก็เดินวนเวียนและร้อง 3 ครั้ง พระยาแก้มดำ ถือว่าเป็นนิมิตที่ดีที่จะสร้างเมือง แต่น้องสาวไม่ชอบใจ จึงได้เสี่ยงสัตย์ปล่อยช้างใหม่ คราวนี้ช้างได้เดินทางไปทางชายทะเลแห่งหนึ่ง (ที่ตำบลกรือเซะในปัจจุบัน) ช้างไม่ได้ส่งเสียงร้องแต่น้องสาวพอใจ จึงขอให้พระยาแก้มดำสร้างเมืองขึ้น โดยชื่อว่า “เมืองปัตตานี” เมี่อสร้างเมืองเสร็จแล้วได้เดินทางกลับผ่านทางเดิมได้ให้ขบวนหยุดพักที่ป่า ซึ่งช้างบอกไว้คราวแรก และให้ไพร่พลแผ้วถางป่าบริเวณนั้นสร้างเป็นวัดขึ้นให้ชื่อว่าวัดช้างให้ นมัสการพระดีเกจิดังแห่งปัตตานี สถานที่ประดิษฐ์ฐานสถูปหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

  • เที่ยง
    • รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

    • นำท่านเดินทางสู่ อ.เบตง อำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย เมืองใต้สุดปลายด้ามขวาน เมืองที่ล้อมด้วยขุมเขาและมีทะเลหมอกเกือบทั้งปี

    • นำท่านถ่ายรูปบริเวณหอนาฬิกา สัญลักษณ์ของเมืองเบตง ตั้งเป็นศูนย์กลางของสี่แยกวงเวียนกลางเมือง ใกล้ๆกันนั้นมี ตู้ไปรษณีย์แห่งอำเภอเบตงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในโลก โดยสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความยากลำบากในการติดต่อสื่อสารระหว่าง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 ตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ลักษณะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ด้านบนของตู้ได้บรรจุลำโพงไว้ข้างในและเจาะรูกลมๆไว้รอบๆ เพื่อกระจายเสียงรายงานข่าวสารของทางราชการ มีอายุรวม 86 ปี ให้ท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

    • จากนั้นเดินทางสู่ สตรีทอาร์ต STREET ART ถนนศิลปะเมืองเบตง เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของ ทีมนักศึกษาและอาจารย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วาดขึ้นมาในงานครบรอบ 111 ปี เมืองเบตง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและชาวเบตง เนรมิตรงานศิลปะ บอกเล่าถึงเรื่องราววิถึชีวิต และสัญลักษณ์ของเมืองเบตง รอบเมืองเบตง 11 จุด ทั้งบนผนัง กำแพง ใต้สะพาน และตัวอาคารหลายจุดรอบเมืองเบตงสามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินเบตง อิสระให้ท่านเดินช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองหรือลิ้มลองอาหารตามอัธยาศัย
    หอนาฬิกาคู่บ้านคู่เมืองเบตง เป็นสิ่งก่อสร้างที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ที่ตั้งอ...

    หอนาฬิกาคู่บ้านคู่เมืองเบตง เป็นสิ่งก่อสร้างที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ที่ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของเมือง ปัจจุบันเป็นวงเวียนจุดตัดระหว่างถนนสุขยางค์กับถนนรัตนกิจ มีการประดับประดาไฟสีสันต่างได้อย่างสวยงาม หากสังเกตรอบ ๆ หอนาฬิกาจะมีสายไฟโยงรยางค์ ซึ่งในช่วงหัวค่ำตรงจุดนี้จะเป็นจุดสังสรรค์ของบรรดานกนางแอ่นเกาะบนเต็มสายไฟเป็นภาพที่น่ารักทีเดียว

    ทักทายตู้ไปรษณีย์แห่งอำเภอเบตงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในโลกอี...

    ทักทายตู้ไปรษณีย์แห่งอำเภอเบตงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความยากลำบากในการติดต่อสื่อสารระหว่างอำเภอเบตงกับอำเภอื่น ๆ ในอดีต และการติดต่อสื่อสารกันด้วยจดหมายนั้นจัดเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด อีกทั้งเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการสื่อสาร ของอำเภอเบตงในคราวเดียวกัน โดยตู้ไปรษณีย์ที่จำลองขึ้นมาตู้นี้ มีขนาดใหญ่กว่าตู้เดิมถึง 3.5 เท่า สูงประมาณ 9 เมตร ยังคงใช้งานได้จริงในปัจจุบัน ตลอดทั้งมีการติดตั้งวิทยุกระจายเสียงวางอยู่บนส่วนบนของตู้ เพื่อให้ชาวเบตงได้รับฟัง ข่าวสารจากทางราชการด้วย นับเป็นไฮไลท์ของอำเภอเบตงที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก สำหรับตู้ไปรษณีย์เดิมก็ยังคงได้รับการอนุรักษ์พร้อม ๆ กับใช้งานจริงไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งตู้ไปรษณีย์เก่านี้ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2467 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยนายสงวน จินดา นายกเทศมนตรีอำเภอเบตง ผู้เคยเป็นบุรุษไปรษณีย์มาก่อน ตู้ดังกล่าวตั้งอยู่ที่มุมถนนสุขยางค์ บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาใจกลางเมืองเบตง ลักษณะของตู้เป็นรูปทรงกลมและเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีเส้นรอบวงของตัวตู้ประมาณ 140 ซม. ถ้านับจากฐานขึ้นไปจะรวมความสูงได้ทั้งหมดประมาณ 320 เซ็นติเมตร และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า 80 ปีแล้ว

    เที่ยว เบตง ยะลา นอกจากจะเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ที่...

    เที่ยว เบตง ยะลา นอกจากจะเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ที่อยู่นอกเมือง เช่น ชมทะเลหมอก แวะสวนดอกไม้ เที่ยวอุโมงค์ปิยะมิตร ดูต้นไม้ยักษ์ แช่น้ำร้อน แน่นอนกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือ เที่ยวในตัวเมืองเบตง ชมวีถีชีวิตของผู้คน อาคารบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่สวยงามกลางหุบเขา ถ่ายภาพสตรีทอาร์ตน่ารักที่สะท้อนเรื่องราวและวิถีชีวิตของความเป็นเบตงได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยแต่งแต้มสีสันให้เมืองเบตงมีบรรยากาศที่สดใส และน่าเที่ยวมากขึ้น โดยภาพวาดมีประมาณ 11 ภาพ แต่ละภาพจะวาดอยู่ตามผนังอาคารบ้านเรือน ในตรอกซอกซอย ให้ได้แวะแชะถ่ายภาพ ครีเอทท่ากันอย่างสนุกสนาน ในตัวเมืองเบตงค่อนข้างเล็กมาก หากเที่ยวรอบเมืองพร้อมแวะถ่ายภาพสตรีทอาร์ตและจุดสำคัญใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็เที่ยวได้ทั่ว ศูนย์กลางของเมือง คือ หอนาฬิกาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางสี่แยก มองเห็นเด่นมาแต่ไกล หอนาฬิกาเป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่อยู่เคียงคู่กับเมืองเบตงมายาวนาน เปรียบเป็นสัญลักษณ์ของเมือง บริเวณหอนาฬิกาจะเรียกว่าเป็นความคึกคัก ที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ และรอบหอนาฬิกามีทั้งที่พัก ร้านอาหาร ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้

  • ค่ำ
    • อิสระอาหารตามอัธยาศัย เพื่อสะดวกในการท่องเที่ยว

    • นำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก THE HOLIDAYS HILL HOTEL อ.เบตง หรือเทียบเท่า
วันที่สอง 2 : SKY WALK ชมทะเลหมอก อัยเยอร์เวง – ถ่ายรูปสะพานแตปูซู - น้ำตกเฉลิมพระเกียรติร.9 – สวนหมื่นบ...
  • 04:00
    • นำท่านเดินทางสู่จุดชมวิว SKY WALK ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ในเขตพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ กิโลเมตรที่ 32 มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต ให้ท่านเต็มอิ่มกับการชมทะเลหมอกแบบหนา ๆ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดได้อย่างสวยงาม (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

    • จากนั้นให้ท่านถ่ายรูปสวยๆกับ สะพานแตปูซู เป็นสะพานแขวนไม้เก่าแก่สร้างข้ามแม่น้ำปัตตานี มีนายมูเซ็ง แตปูซู เป็นผู้บุกเบิกให้ท่านได้ถ่ายรูป เดินทางสู่ น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ชื่อเดิม คือ น้ำตก “วังเวง” หรือ "อัยเยอร์เค็ม" เป็นน้ำตกที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงกว่า 30 เมตร รอบบริเวณปกคลุมไปด้วยพรรณไม้เขียวขจีในปีมหามงคลครบรอบ 72 พรรษาในปี 2542 อบต.อัยเยอร์เวง จึงได้เข้ามาพัฒนาบุกเบิกเส้นทาง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และได้เปลี่ยนชื่อเป็นน้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
    ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ตั้งอยู่ที่ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นจุดชมว...

    ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ตั้งอยู่ที่ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยอดฮิตของเบตงที่เดินทางสะดวกรถขึ้นถึง และมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเบตง ประมาณ 40 กิโลเมตร ในพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,038 เมตร เป็นทะเลหมอกที่ใหญ่และสวยงาม ในช่วงเวลาเช้าจุดชมวิวแห่งนี้จะกลายเป็นสวรรค์บนดินเปิดให้นักท่องเที่ยวเต็มอิ่มกับทะเลหมอก สัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์ และทัศนียภาพที่สวยงามของยอดเขาไมโครเวฟ จุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง สามารถเที่ยวได้แบบ Day trip โดยมีให้ชม 2 จุด คือ จุดชมวิวจุดที่ 1 และจุดชมวิวที่ 2 ซึ่งอยู่ถัดลงมาบริเวณจุดขายอาหาร แต่ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวมาชมทะเลหมอกจำนวนมาก ในในภาพนี้ คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างหนาแน่นในจุดชมวิวที่ 1 ซึ่งเป็นจุดชมวิวสูงสุด ซึ่งส่วนใหญ่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจะมุ่งตรงกันมาที่นี่ก่อน ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างแคบและมีจำนวนจำกัด ในช่วงเช้าแทบจะไม่มีที่ยืนกันเลยทีเดียว แอบตกใจนิดหน่อยที่มีคนมาเที่ยวมากมายขนาดนี้ เรารอเวลาจนถึงประมาณ 7 โมงกว่า นักท่องเที่ยวเริ่มน้อยลงบ้าง พอจะมีที่ให้ชมวิวและถ่ายภาพ เนื่องจากจุดชมวิวจุดแรกตั้งอยู่บนจุดสูงสุด เลยทำให้สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้ในมุมสูงกว่าระดับสายตา น่าเสียดายวันที่เดินทางอากาศค่อนข้างครึ้มเลยทำให้มองไม่เห็นแสงอาทิตย์ ก็จะได้ภาพสายหมอกแบบทึมๆ มาแทน ถามคนในพื้นที่ว่าควรจะมาเที่ยวในช่วงไหน ถึงจะได้แสงสวยๆ ฟ้าใสๆ แน่นอนแบบไม่ต้องหวั่นเรื่องอากาศว่าฝนจะตกเพราะเราเลือกมาช่วงเดือนมกราคมอากาศก็ยังคล้ายฤดูฝน ได้รับคำตอบว่า ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน แน่นอนที่สุด ยังมีทะเลหมอกให้ชม อีกด้วยนะคะ

    สะพานแตปูซู ไม่เพียงแต่ใช้สัญจรไปมาระหว่างชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำเท่านั้น แต่ยังเป็...

    สะพานแตปูซู ไม่เพียงแต่ใช้สัญจรไปมาระหว่างชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความรักความสามัคคีของคนในชุมชนชาว กม.32 อีกด้วย โดยในอดีตชาวบ้านที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำปัตตานีมีความยากลำบากในการเดินทาง ซึ่งในยุคนั้น ต้องใช้แพไม้ไผ่ในการข้ามไป-มา การขนย้ายผลผลิตการเกษตรหรือคนป่วย ก็ยากลำบาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และทำให้เด็กๆต้องเสียชีวิตทุกปี ท่านอดีตกำนันในสมัยนั้นได้เล็งเห็นถึงความยากลำบากดังกล่าว จึงได้ช่วยกันระดมพลังและเงินสมทบจากชาวบ้านร่วมกับราชการ ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างจนสำเร็จได้ในที่สุด และได้มีการตั้งชื่อว่า “สะพานแตปูซู” ตามผู้บุกเบิกนั่นเอง

  • เช้า
    • รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม หรือร้านอาหารท้องถิ่นกรณีห้องอาหารไม่เปิดให้บริการ

    • นำท่านชม สวนหมื่นบุปผา หรือสวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวในภาคใต้ เนื่องจากเบตงมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ด้วยสภาพภูมิประเทศที่อยู่สูงจากระดับทะเลปาน กลางราว 800 เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ระบบน้ำเพียงพอ จึงมีความเหมาะสมกับการปลูกไม้ดอกเมืองหนาว เป็นโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง คอยเชื้อเชิญผู้มาเยือน ได้แก่ แอสเตอร์ ไฮเดรนเยีย เบญจมาศ กุหลาบ พีค๊อก เยอบีร่า ลิลลี่ แกลดิโอลัส ตุ้มหูนางฟ้า และอีกหลายสายพันธุ์อันมีเสน่ห์ ให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย
    สวนหมื่นบุปผา หรือเรียกว่า สวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปิยะมิตร 2...

    สวนหมื่นบุปผา หรือเรียกว่า สวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปิยะมิตร 2 ต.ตะเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวในภาคใต้ เนื่องจากเบตงมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ด้วยสภาพภูมิประเทศที่อยู่สูงจากระดับทะเลปานกลางราว 800 เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ระบบน้ำเพียงพอ จึงมีความเหมาะสมกับการปลูกไม้ดอกเมืองหนาวนานาชนิด สวนดอกไม้นี้อยู่ท่ามกลางภูเขา ในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง คอยเชื้อเชิญผู้มาเยือน ความสวยงามของดอกไม้ที่ปลูกเรียงรายเป็นทิวแถวเย้ายวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชม และสัมผัสกับสภาพภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นที่อื่นของภาคใต้ ก่อนจะเข้ามาถึงพื้นที่ของสวนดอกไม้ ก็จะพบกับโรงเรือนปลูกแปลงดอกเบศจมาศหลาหสีสันสวยงาม ทั้งสีเหลือง ม่วง ขาว ชมพู เคยเห็นแต่โรงรือนปลูกเบญจมาศตามภาคเหนือและสวนบิกเต้ ที่สระบุรี ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นภาพแบบนี่ที่เบตงด้วย จากนั้นเข้ามาภายในสวนดอกไม้ โดยจะแบ่งเป็นแปลงปลูกไม้ดอกกลางแจ้ง เช่น เช่น แกลดิโอลัส บานไม่รู้โรย ดาวเรือง ซัลเวีย รักเร่ ซ่อนกลิ่น ฮอลลีฮ็อก ผีเสื้อ พีค็อก สร้อยทอง แอสเตอร์จีน เสี้ยนฝรั่ง เป็นต้น มีกันหันลมแบบเนเธอแลนด์ สะพานท่ามกลางสวน และป้ายชื่อสวนดอกไม้บุบผาราม ที่ตั้งอยู่ข้างบนโดดเด่น ตรงข้ามกับสวนดอกไม้กลางแจ้ง คือ สวนดอกไม้ในโรงเรือน ที่มีดอกไม้หลากสี ได้แก่ ลิลลี่ แอสเตอร์ เบญจมาศ กุหลาบ พีค๊อก เยอบีร่า แกลดิโอลัส ตุ้มหูนางฟ้า และอีกหลายสายพันธุ์ แต่ดอกลิลลี่จะสามารถชมได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาวและช่วงที่มีจะเทศกาลดอกไม้งามเบตง คือ เดือน มกราคม

  • เที่ยง
    • รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

    • จากนั้นนำท่านสู่ ร้านวุ้นดำ กม. 4 หรือ ร้านเฉาก๊วย ร้านต้นตำหรับอร่อยระดับตำนาน เฉาก๊วยที่ผ่านกระบวนวิธีทำแบบดั้งเดิม ต้มเคี่ยวหญ้าเฉาก๊วยมากกว่า 3 ชั่วโมง ด้วยเตาฟืน ซึ่งจะทำให้มีกลิ่นหอมของหญ้าเฉาก๊วย ที่มากไปด้วยสรรพคุณทางยา ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับเสมหะ แก้คลื่นไส้ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และหากนำต้นเฉาก๊วยมาต้มให้เดือดแล้วนำน้ำเฉาก๊วยมาดื่มเป็นประจำจะช่วยลดอาการโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานได้อีกด้วยให้ท่านได้อิสระซื้อเป็นของฝาก

    • จากนั้นเดินทางสู่ อุโมงค์ปิยะมิตร ในอดีตเคยถูกใช้เป็นฐานในการหลบซ่อนตัว และเป็นแหล่งสะสมเสบียงในการต่อสู้ของกลุ่มผู้ขัดแย้งทางการเมืองในคาบสมุทรมาลายา ในเวลาต่อมากลุ่มผู้ที่เคยใช้อุโมงค์แห่งนี้ในการพักพิง ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว ภายในอุโมงค์สีเหลืองส้มนวลตาแต่ก็ชวนให้นึกถึงภาพอดีต อุโมงค์ถูกแบ่งออกเป็นห้องหรือช่องต่าง ๆ ตามการใช้งาน เช่น ห้องนอน ห้องเก็บเสบียง เป็นต้น อากาศภายในเย็นสบายไม่อึดอัดภายในอุโมงค์มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินไปสู่อุโมงค์ต้องเดินผ่านป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากๆ

    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่บ่อน้ำร้อนเบตง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย โดยอุณหภูมิของน้ำนั้นอยู่ที่ประมาณ 80 องศาเซลเซียส และบริเวณที่น้ำเดือดนี้สามารถต้มไข่ไก่ได้จนสุกภายใน 7 นาทีเท่านั้น มีการสร้างสระน้ำขนาดใหญ่สำหรับกักน้ำจากน้ำพุร้อนเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้อาบหรือแช่เท้าเล่น
    คำว่า เฉา แปลว่า หญ้า ส่วนคำว่า ก๊วย แปลว่า ขนม เฉาก๊วยจึงหมายถึงขนมที่ทำมาจากต้...

    คำว่า เฉา แปลว่า หญ้า ส่วนคำว่า ก๊วย แปลว่า ขนม เฉาก๊วยจึงหมายถึงขนมที่ทำมาจากต้นหญ้า ซึ่งสรรพคุณเฉาก๊วยมีเหลือคณานับ ทั้งช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับเสมหะ แก้คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ช่วยลดไข้ แก้ตัวร้อน ลดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ลดอาการตับอักเสบ ลดอาการไขข้ออักเสบ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และหากนำต้นเฉาก๊วยมาต้มให้เดือดแล้วนำน้ำเฉาก๊วยมาดื่มเป็นประจำ จะช่วยลดอาการโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานได้อีกด้วย

    อุโมงค์ปิยะมิตร ตั้งอยู่ที่ บ้านปิยะมิตร 1 ตำบลตะเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะล...

    อุโมงค์ปิยะมิตร ตั้งอยู่ที่ บ้านปิยะมิตร 1 ตำบลตะเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นอุโมงค์ดินที่อดีตขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.) สร้างขึ้น สำหรับเป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้ทางการเมือง แต่ต่อมาได้กลับมาร่วมพัฒนาชาติไทย อุโมงค์ปิยะมิตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2519 ใช้หลบการโจมตีทางอากาศและสะสมเสบียง ในปัจจุบันได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในอดีต

    บ่อน้ำร้อนเบตง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจะเราะปะไร ตำบลตาเนาะแมเราะ จังหวัดยะลา เป็นบ่อ...

    บ่อน้ำร้อนเบตง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจะเราะปะไร ตำบลตาเนาะแมเราะ จังหวัดยะลา เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ โดยจะมีน้ำร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย อุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ประมาณ 80 องศาเซลเซียส ซึ่งตรงจุดที่มีน้ำเดือดนี้ สามารถต้มไข่ไก่ได้จนสุกภายใน 10 นาที ทางจังหวัดยะลาได้ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบบ่อน้ำร้อน ให้มีความสวยงาม แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ เพื่อให้เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนหย่อนใจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ภายในบ่อน้ำร้อนเบตง ยังมีสระน้ำขนาดใหญ่ สำหรับกักน้ำจากน้ำพุร้อน เพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว ได้ใช้อาบหรือแช่เท้าเล่น ซึ่งแต่ละโซนออกแบบอย่างได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ ทั้งบ่อน้ำร้อนบ่อใหญ่ บ่อแช่น้ำร้อนใหม่ และอาคารธาราบำบัด โดยเชื่อกันว่าน้ำแร่แห่งนี้ สามารถบรรเทารักษาโรคภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อาทิ โรคปวดเมื่อย โรคเหน็บชา โรคผิวหนัง เป็นต้น ตลอดจนมีอาคารสำหรับพักค้างคืน ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอย่างครบครัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.

  • เย็น
    • รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร เมนู ไก่เบตง

    • นำทุกท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม THE HOLIDAYS HILL HOTEL อ.เบตง หรือโรงแรมเทียบเท่า
วันที่สาม 3 : อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ – วัดพุทธาธิวาส – ป้ายใต้สุดสยาม – DELISH MARAS CAFÉ - หาดใหญ่ – ตล...
  • เช้า
    • รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม หรือร้านอาหารท้องถิ่นกรณีห้องอาหารไม่เปิดให้บริการ

    • นำท่านชม อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์อุโมงค์ขนาดใหญ่ที่เจาะผ่านภูเขาเพื่อเชื่อมต่อส่วนขยายของเมืองไปอีกฟากของตัวเมือง อุโมงค์แห่งนี้ยังเป็นอุโมงค์ที่ผู้คนสามารถใช้สัญจรไปมาด้วยรถยนต์แห่งแรกของประเทศไทย ภายในอุโมงค์ตกแต่งประดับประดาด้วยไฟหลากสีตัวอุโมงค์มีความยาวถึง273 เมตร กว้าง 9 เมตร ผิวจราจรคู่ กว้าง 7เมตร ทางเท้าเดินกว้างข้างละ 1 เมตร และมีความสูงถึง 7 เมตร เปิดใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2544

    • จากนั้นเดินทางสู่วัดพุทธาธิวาส วัดสวยตั้งอยู่ใจกลางเมืองเบตง โดยองค์เจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขา มีทัศนียภาพที่สวยงดงาม มองเห็นภูเขาที่รายล้อมเมืองเบตงอยู่เบื้องหน้า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนนิยมมาสักการะบูชา 3 สิ่งคือ พระมหาธาตุเจดีย์ พระพุทธธรรมประกาศ พระพุทธธรรมกายมงคลปยุรเกศานนท์สุพพิธาน และวิหารหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ลักษณะเจดีย์ก่อสร้างแบบศรีวิชัยประยุกต์ สีทองอร่าม สูง 39.9 เมตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในวโรกาสพระชนมายุครบ 60 พรรษา
    เที่ยวเบตง ชมอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณถนนอมรฤทธิ์ ตัดกับถนนภักด...

    เที่ยวเบตง ชมอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณถนนอมรฤทธิ์ ตัดกับถนนภักดีดำรงผ่านสวนสาธารณะออกสู่ถนน บริเวณหน้าสวนนก เชื่อมต่อกับถนนมงคลประจักษ์ ทะลุไปสู่ชุมชนเมืองใหม่หมู่บ้านแกรนด์วิว และเชื่อมต่อกับถนนอัยเยอร์เบอร์จัง ไปสู่ชุมชนธารน้ำทิพย์อีกทอดหนึ่ง เป็นอุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของเมืองไทย ที่ขุดทอดโค้งให้รถวิ่งไป-มาก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความยาวตลอดอุโมงค์ ประมาณ 273 เมตร กว้าง 9 เมตร สูง 7 เมตร ผิวจราจรคู่ กว้าง 7เมตร ทางเท้าเดินกว้างข้างละ 1 เมตร ความเร็วรถสามารถวิ่งได้ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1มกราคม 2544 นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถถ่ายรูปกับรูปปั้นไก่เบตงที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับปากอุงโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ซึ่งไก่เบตงนอกจากจะเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองเบตงแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของอำเภอเบตงอีกด้วย

    วัดพุทธาธิวาส ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัด เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๐ โดยมีคณะ...

    วัดพุทธาธิวาส ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัด เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๐ โดยมีคณะผู้เริ่มดำเนินการ คือ พระพิทักษ์ธานี (เล็ก), นายอำเภอเบตงในสมัยนั้น, นายพุ่ม คชฤทธิ์, นายกิมซุ้ย ฟุ้งเสถียรและนายผล สุภาพ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๖ ได้ผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๐ วัดพุทธาธิวาส ตั้งอยู่เลขที่ ๖๕ ถนนรัฐกิจ หมู่ที่ ๑ ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นเนินเขาสูงเอียงลาดลงไปทางทิศเหนือ จัดแบ่งพื้นที่วัดออกเป็นชั้นรวม ๕ ชั้น วัดพุทธาธิวาส ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขามีพระธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศตั้งโดดเด่นมองเห็นศิลปกรรมแบบศรีวิชัยประยุกต์สวยงามมาก โดยในองค์มหาธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มหาธาตุเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นจากความคิดและการดำเนินการของอดีตประธานศาลฎีกา นายสวัสดิ์ โชติพานิช เพื่อเฉลิมฉลองและถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานนาม และเสด็จทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนยอดฉัตรเมื่อวันที่ ๑๔ ต.ค. ๒๕๓๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกวัดพุทธาธิวาสเป็นอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญตั้งแต่วันที่ ๒ เดือน ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๖

  • เที่ยง
    • รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร เมนู ขนมจีน!!

    • ก่อนเดินทางออกจากเบตงนำท่านแวะถ่ายรูปกับป้ายใต้สุดสยาม ป้ายกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย มีเอกลักษณ์ลายเส้นแผนที่ประเทศไทยสีทองโดดเด่นสลักบนป้ายหินอ่อน รายล้อมไปด้วยธรรมชาติและไม้ดอกไม้ประดับอันงดงาม เป็นสถานที่ถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

    • แวะเช็คอินคาเฟ่ตุรกี ไม่ต้องไปถึงตุรกี ปัตตานีก็มีน้า.... DELISH MARAS CAFÉ เรียกได้ว่ามีทั้งของคาว ของหวานให้ได้เลือกสรร มาพร้อมจุดถ่ายรูปและพร็อพสำหรับถ่ายรูปแบบเต็มอิ่ม นึกว่าอยู่ตุรกีกันไปเลยยย

    • จังหวัดสงขลา นำท่านสู่ ตลาดกิมหยง เป็นตลาดขายของฝากและของที่ระลึกขนาดใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่บนอาคารสองชั้น ริมถนนละม้ายสงเคราะห์ ชั้นบนเป็นร้านขายสินค้า ชั้นล่างเป็นตลาดขายของแห้ง อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าตามอัธยาศัย
    ป้ายใต้สุดสยาม ตั้งอยู่บริเวณชายแดนระหว่างอำเภอเบตงกับรัฐเปรัคประเทศมาเลเซีย ห่า...

    ป้ายใต้สุดสยาม ตั้งอยู่บริเวณชายแดนระหว่างอำเภอเบตงกับรัฐเปรัคประเทศมาเลเซีย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร สร้างจากหินอ่อน มีการสลักสัญลักษณ์เป็นรูปแผนที่ประเทศไทยและข้อความด้วยสีทองโดดเด่นอยู่ภายในเนื้อหิน ผู้ที่มาเยือนเมืองเบตง ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับป้ายใต้สุดสยาม ถือได้ว่ามาไม่ถึงเบตง

    ตลาดกิมหยง เป็นตลาดขายของฝากและของที่ระลึกขนาดใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั...

    ตลาดกิมหยง เป็นตลาดขายของฝากและของที่ระลึกขนาดใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่บนอาคารสองชั้น ริมถนนละม้ายสงเคราะห์ ชั้นบนเป็นร้านขายสินค้า ชั้นล่างเป็นตลาดขายของแห้ง เดิมอาคารแห่งนี้เคยเป็นโรงภาพยนตร์ ชื่อ โรงภาพยนตร์เฉลิมไทย ชื่อตลาดกิมหยง มาจากชื่อเต็มว่า "ตลาดชีกิมหยง" เป็นชื่อของคหบดีชาวจีนชื่อ ชีกิมหยง และภรรยาชื่อ ละม้าย [3] เจ้าของที่ดินแต่เดิม ตลาดกิมหยงเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงคู่กับ ตลาดสันติสุข ซึ่งจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำหอมและเครื่องสำอาง ซึ่งอยู่ริมถนนนิพัทธ์อุทิศ ในย่านเดียวกัน ในอดีตตลาดกิมหยงบริเวณชั้นล่างนอกจากจะเป็นตลาดสดเหมือนตลาดทั่วไปแล้วยังมีการจำหน่ายสินค้าที่มาจากประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะอาหารแห้ง กาแฟสำเร็จรูป ขนม เครื่องสำอางค์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าสินค้าเหล่านี้ถูกลักลอบนำเข้ามาโดยไม่ได้เสียภาษี ดังนั้นตลาดกิมหยงจึงเป็นแหล่งทีนักท่องเที่ยวชาวไทยมาซื้อหาสินค้าเหล่านี้เพื่อกลับไปเป็นของฝาก (ในขณะที่คนไทยมักลักลอบนำข้าวสาร น้ำตาล เข้าไปขายในปาดังเปซาร์ ฝั่งมาเลเซีย)ส่วนชั้นสองของอาคารนั้นในอดีตเคยเป็นโรงภาพยนตร์ชื่อเฉลิมไทยซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมากเพราะมักจะฉายภาพยนตร์ฝรั่งโดยมีผู้ให้เสียงพากษ์ภาษไทยที่มีชื่อเสียง คือ กรรณิการ์ อมรา

  • ค่ำ
    • อิสระอาหารตามอัธยาศัย เพื่อสะดวกในการท่องเที่ยว

    • ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่
  • 20:14
    • ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานดอนเมือง โดย สายการบินไทยไลออนแอร์ เที่ยวบินที่ SL721 ใช้เวลาบินโดยประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
  • 22:15
    • เดินทางถึง ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • เก็บเงินค่าทัวร์เต็มจำนวน พร้อมสำเนาบัตรประชาชนที่ชัดเจน เพื่อการยืนยันการจอง 1 วัน เช่น ท่านจองวันนี้ กรุณาชำระเงินมัดจำในวันถัดไป ก่อนเวลา 16.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่าท่านได้ทำการยกเลิกการจองโดยอัตโนมัติหากไม่ได้รับยอดเงินตามเวลาที่กำหนด และหากท่านมีความประสงค์จะต้องเดินทางในพีเรียดเดิม ท่านจำเป็นต้องทำจองเข้ามาใหม่ นั่นหมายถึงว่า กรณีที่มีคิวรอ (WAITING LIST) ก็จะให้สิทธิ์ไปตามระบบ ตามลำดับ เนื่องจากทุกพีเรียดมีที่นั่งจำกัด


เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 15 ถึง 29 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการ 50 %
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางน้อยกว่า (<) 15 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการทั้งหมด

    ยกเลิกก่อนการเดินทางตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป คืนเงินค่าทัวร์โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง


     กรณีมีเหตุยกเลิกทัวร์ โดยไม่ใช่ความผิดของบริษัททัวร์ เช่น มีนโยบายห้ามการเข้าออกของแต่ละจังหวัด หรือการยกเลิกเที่ยวบินโดยสายการบิน บริษัทจะเก็บเป็นเครดิตหรือเลื่อนการเดินทางในพีเรียดถัดไปให้กับลูกค้า โดยยึดตามนโยบายของสายการบินและโรงแรม และไม่สามารถคืนเงินได้ทุกกรณี



    *แจ้งรายละเอียดการเก็บค่าธรรมเนียม 10
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • รถตู้ปรับอากาศ VIP (นำเที่ยวตามรายการ)


    ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรมท่องเที่ยว


    มัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง


    ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางตามกรมธรรม์ ค่ารักษาพยาบาลวงเงินท่านละ 500,000 บาท หรือกรณีเสียชีวิต วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ตามเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย ซึ่งไม่รวมประกันสุขภาพ


    ค่าอาหาร ตามรายการที่ระบุในโปรแกรมการเดินทาง


    ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตรฐานตามรายการที่ระบุ (พัก 2-3 ท่าน ต่อ ห้อง) ในกรณีมีงานเทรดแฟร์ การแข่งขันกีฬา หรือ กิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้โรงแรมตามรายการที่ระยุเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโรงแรมที่พัก ไปเป็นเมืองใกล้เคียงแทน อ้างอิงมาตรฐานคุณภาพและความเหมาะสมเดิม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ


     ค่าบัตรโดยสารโดยเครื่องบิน (ตั๋ว) ไป และ กลับพร้อมคณะ ชั้นประหยัด (ECONOMY CLASS) รวมถึงค่าภาษีสนามบินและค่าภาษีน้ำมันทุกแห่ง กรณีต้องการอัพเกรด UPGRADE ใช้วีลแชร์ (WHEEL CHAIR) หรือ เปลี่ยนแปลงบัตรโดยสาร ไม่ว่าเที่ยวใด เที่ยวหนึ่ง กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ ทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามจริงที่เกิดขึ้นกับผู้เดินทาง


    น้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องคนละ 1 ใบ ใบละไม่เกิน 10 ก.ก. และน้ำหนักกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (CARRY ON) คนละ 1 ใบ ใบละไม่เกิน 7 ก.ก. (เงื่อนไขเป็นไปตามที่สายการบินกำหนด)


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่ามินิบาร์ในห้องพัก(ถ้ามี) และค่าใช้จ่ายส่วนตัว นอกเหนือจากที่ระบุในรายการ


    ค่าอาหารสำหรับท่านที่ทานเจ มังสวิรัติ หรืออาหารสำหรับมุสลิม


    ค่าธรรมเนียมการเข้าชมสถานที่ของชาวต่างชาติที่เพิ่มเติมตามการจ่ายจริง


    ค่าธรรมเนียมในกรณีที่โหลดกระเป๋าสัมภาระหรือสัมภาระที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินนั้นๆกำหนดหรือสัมภาระใหญ่เกินขนาดมาตรฐาน


    ค่าธรรมเนียมการจองที่นั่งบนเครื่องบินตามความต้องการเป็นกรณีพิเศษหากสามารถทำได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายการบิน และ รุ่นของเครื่องบินแต่ละไฟล์ทที่ใช้บิน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้อยู่ที่สายการบินเป็นผู้กำหนด


    ค่าภาษีน้ำมัน ที่สายการบินเรียกเก็บเพิ่ม ภายหลังจากทางบริษัทฯได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว


    VAT 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%


     ค่าทิปคนขับรถและมัคคุเทศก์ท่านละ 500 บาท


หมายเหตุ
  • กรณีที่ท่านเป็นอิสลาม ไม่ทานเนื้อสัตว์ หรือ แพ้อาหารบางประเภท กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากยานพาหนะ การยกเลิกเที่ยวบิน การล่าช้าของสายการบิน ภัยธรรมชาติ การเมือง จราจล ประท้วง คำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐ และอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัท


    เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ท่านงดใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่สามารถเรียกร้องค่าบริการคืนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น


    มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนบริษัทฯ ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจหรือให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทน บริษัทฯนอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯกำกับเท่านั้นกรณีต้องการเปลี่ยนแปลงพีเรียดวันเดินทาง (เลื่อนวันเดินทาง) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายการดำเนินการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงสำหรับการดำเนินการจองครั้งแรก ตามจำนวนครั้งที่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น


    กรณีที่ท่านต้องออกบัตรโดยสารภายใน (ตั๋วภายในประเทศ เช่น ตั๋วเครื่องบิน , ตั๋วรถทัวร์ , ตั๋วรถไฟ) กรุณาติดต่อสอบถามเพื่อยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง และควรจองบัตรโดยสารภายในที่สามารถเลื่อนวันและเวลาเดินทางได้ เพราะมีบางกรณีที่สายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ทบิน หรือ เวลาบิน โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สภาพภูมิกาศ และ ตารางบินของท่าอากาศยานเป็นสำคัญเท่านั้น สิ่งสำคัญ กรณีที่โปรแกรมมีการบินภายใน ทางบริษัทจะเป็นผู้ออกบัตรโดยสารให้และท่านจำเป็นต้องมาถึงสนามบินเพื่อเช็คอินก่อนเครื่องบิน อย่างน้อย 3 ชั่วโมง โดยในส่วนนี้หากเกิดความเสียหายใดๆบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นใดๆทั้งสิ้น


    บริษัทขอสงวนสิทธิ์ ในการไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหายระหว่างการเดินทาง ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม และ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามจริง กรณีท่านลืมสิ่งของไว้ที่โรงแรมและจำเป็นต้องส่งมายังจุดหมายปลายทางตามที่ท่านต้องการ


    หลังจากท่านชำระค่าทัวร์ครบตามจำนวนเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทจะนำส่งใบนัดหมายและเตรียมตัวการเดินทางให้ท่านอย่างน้อย 3 หรือ 5 วัน ก่อนออกเดินทาง


PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿6,299
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿6,299
0 บทวิจารณ์
เริ่มต้นเพียง ฿6,299
0 บทวิจารณ์