ตามรอยพญานาค ถ้ำนาคา อุดรธานี - บึงกาฬ - นครพนม 3 วัน 2 คืน

นครพนม , ไทย

ไฮไลท์แพ็คเกจ

เกาะคำชะโนด ถ้ำนาคา ศาลปู่อือลือ จุดชมวิวหินสามวาฬ พระธาตุพนม

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

14-16 ตุลาคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿13,649
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿1,600
21-23 ตุลาคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿13,649
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿1,600
28-30 ตุลาคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿13,649
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿1,600

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : อุดรธานี - คำชะโนด – บึงกาฬ - หินสามวาฬ
  • 05:30
    • คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาเตอร์ B สายการบินไทยสไมล์ เจ้าหน้าที่ Consortium Trip คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกเรื่อง สัมภาระในการเดินทางพร้อมแจกหน้ากากและเจลล้างมือ
  • 07:10
    • เหินฟ้าสู่สนามบินอุดรธานี โดยสายการบินไทยสไมล์ เที่ยวบินที่ WE 2 (บนเครื่องบริการอาหารว่าง แต่ให้นำมาทานด้านล่าง) หรือ โดยสายการบินนก แอร์ เที่ยวบินที่ DD 088 (05.55-06.55 )
  • 08:05
    • นำท่านออกเดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศ

    • บริการอาหารเช้า (1) (SET BOX) บนรถ

    • มัคคุเทศก์แนะนำเกี่ยวกับสาระความรู้ในการ ท่องเที่ยว พร้อมนำท่านเดินทางไปยัง เกาะ คำชะโนด เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และ ดินแดนลี้ลับ จุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองบาดาล และโลกมนุษย์ สถานที่แห่งนี้ปรากฏในตำนานพื้นบ้านที่เชื่อกันว่าเป็นที่สิงสถิต ของพญานาคราชปู่ศรีสุทโธและองค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวี และสิ่งลี้ลับต่างๆ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจรวมศรัทธาของคนในจังหวัดอุดรธานีและอีสานตอนบน คำ ชะโนดมีลักษณะเป็นเกาะลอยน้ำ เมื่อเข้ามาถึงภายในพื้นที่ของคำชะโนด จะ รู้สึกได้ถึงความร่มรื่น ร่มเย็น เพราะปกคลุมไปด้วยต้นชะโนดทั่วบริเวณ ให้ท่าน ได้กราบไหว้ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธขอโชค ขอพร ขอลาภ ตามอัธยาศัย (ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชม.)
    คำชะโนด หรือ หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำ...

    คำชะโนด หรือ หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำบลบ้านม่วง และตำบลบ้านจันทร์ ใน อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดินแดนลี้ลับของพญานาค เป็นที่เคารพยำเกรงและศรัทธาของคนในจังหวัดอุดรธานีและอีสานตอนบน คำชะโนดมีลักษณะเป็น เกาะลอยน้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด ป่าคำชะโนดเป็นสถานที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ เกาะคำชะโนดไม่เคยจมน้ำ โดยมีความเชื่อที่ว่าเพราะมีพญานาคคอยปกปักรักษา มีความเชื่อที่ว่า คำชะโนด เป็นสถานที่ขึ้นลงระหว่างมนุษยพิภพกับนาคพิภพของพญาสุทโธนาคราช ผู้สร้างแม่น้ำโขงและเป็นเจ้าของปลาบึก เมื่อพญานาคสุทโธนาคขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะเป็นมนุษย์และมีชื่อเรียกว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธ คำชะโนดมีพื้นที่ 50 ไร่ มีบ่อน้ำอยู่กว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร ก่อขอบปูนสูง 60 เซนติเมตร ใกล้กับบ่อน้ำจะมีศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธตั้งอยู่ 2 ศาล เพื่อให้คนได้กราบไหว้บูชา และบนบานศาลกล่าวต่าง ๆ หากบนแล้วต้องแก้บนถ้าไม่แก้บนจะเกิดเภทภัยร้ายแก่ผู้บน เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าทางเข้า คำชะโนด ต้องถอดรองเท้าไว้บริเวณจุดถอดรองเท้า หรือจะใส่กระเป๋าถือไปก็ได้ จะไม่อนุญาติให้สวมรองเท้าเดินเข้าไป จากนั้นเดินเข้าไปยังบันไดพญานาคที่ทอดยาวไปถึงบริเวณป่าคำชะโนด สำหรับใครที่อยากไหว้สักการะพ่อปู่ศรีสุทโธ–แม่ย่าศรีปทุมมา ด้วยพานบายศรีพญานาคมีร้านขายพานสำหรับสักการะพ่อปู่และแม่ย่าสนนราคาหลักร้อยต้นๆ จะซื้อก่อนเข้าคำชะโนดก็ได้มีร้านตั้งขายอยู่ริมถนนหลายร้าน เมื่อเข้ามาถึงภายในพื้นที่ของคำชะโนด จะรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น อากาศภายนอกที่ร้อน เมื่อมาอยู่ที่นี่จะรู้สึกเย็นอย่างบอกไม่ถูก เพราะปกคลุมด้วยป่าต้นชะโนดขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 200 เมตร ทั่วบริเวณ ต้นชะโนด เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะประหลาดลักษณะคล้ายกับต้นมะพร้าว ต้นหมาก และต้นตาลผสมกัน ขึ้นเต็มบริเวณ ชะโนดเป็นภาษาเขมร (โตนด = ต้นตาล) ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีอยู่เฉพาะที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณคำชะโนดทุกคนควรจะสำรวมกิริยาอาการ และไปไหว้พระพุทธรูปที่ศาลหลังแรก และไหว้เจ้าปู่ศรีสุทโธก่อน ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธตั้งอยู่มี 2 ศาล เพื่อให้คนที่ไปคำชะโนดได้กราบไหว้บูชา และบนบานศาลกล่าวต่าง ๆ หากบนแล้วต้องแก้บน ถ้าไม่แก้บนจะเกิดเภทภัยร้ายแก่ผู้บน บริเวณตรงกลางคำชะโนดจะมีบ่อน้ำที่ลึกมาก ผู้เฒ่าผู้แก่บ้านดุงเล่าว่าไม้ไผ่ 6 ลำ ต่อกันก็หยั่งไม่ถึง และน้ำในบ่อไม่เคยแห้งเลย เชื่อกันว่าบ่อน้ำคำชะโนดทะลุไปถึงแม่น้ำโขงได้ พญาสุทโธนาคราช หากประสงค์จะขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะต้องมาขึ้นที่คำชะโนดเพียงแห่งเดียว เมื่อพญานาคสุทโธนาคขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะเป็นมนุษย์และมีชื่อเรียกว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธบ่อน้ำนี้เป็นบ่อของพญานาคสุทโธจึงเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้ดื่มกินรักษาโรคได้ สามารถใช้ลูบหัวเพื่อความเป็นศิริมงคล ด้านหลังของคำชะโนด จัดทำเป็นทางเดินไม้ชมบรรยากาศของป่าคำชะโนด ที่รายล้อมด้วย ต้นไม้สูงใหญ่ โดยเฉพาะต้นชะ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในป่าดึกดำบรรพ์ บางคนที่ชอบเสี่ยงโชคก็เดินไปที่ต้นมะเดื่อและต้นชะโนดเพื่อเฝ้าหา เลขเด็ดบริเวณรากต้นมะเดื่อ ตามความเชื่อที่ว่าจะให้โชคลาภ รวมถึงกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยทุกวันก่อนหวยออก บรรยากาศภายในเกาะคำชะโนด เริ่มเป็นไปอย่างคึกคัก ตลอดทั้งวันมีชาวบ้านจากทุกสารทิศต่างหลั่งไหลเดินทางไปกราบไหว้ขอโชคลาภ ทั้งจากศาลปู่ศรีสุทโธและต้นคำชะโนด

  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร (2)
  • บ่าย
    • หลังจากนั้นพาทุกท่านขึ้น จุดชมวิวหินสามวาฬ โดยรถของชาวบ้านท้องถิ่น หิน สามวาฬ มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อน มีอายุ ประมาณ 75 ล้านปี เมื่อมองดูจากมุมสูงในระยะไกล หินสามก้อนนี้จะดูคล้าย กับฝูงครอบครัววาฬ ที่ประกอบด้วยพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ ซึ่งเรียกตาม ขนาดของหินแต่ละก้อน พร้อมนำท่านชมพระอาทิตย์ขึ้น หากอากาศดีเราจะได้ สัมผัสทะเลหมอกอย่างสวยงาม

    • จากนั้น อิสระให้ท่านถ่ายภาพแห่งความประทับใจตามอัธยาศัย ณ จุดชมวิวผาถ้ำ ฤๅษี จากนั้น คณะเดินทางสู่ ประตูภูสิงห์ จุดชมวิวสร้างร้อยบ่อ (ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที )

    • นำท่านเดินทางไปชม เรือโบราณ ที่วัดโพธาราม เป็น วัดที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจังหวัดบึง กาฬและชาวจังหวัดใกล้เคียงรวมไปถึงในสปป.ลาว ที่อยู่ในลุ่มน้ำโขงแถบนี้ เมื่อ เข้ามายังตัววัดจะพบกับอุโบสถเมื่อมองเข้าไปด้านในก็จะเห็นหลวงพ่อพระใหญ่ ประดิษฐานอยู่ด้านในตัวอุโบสถเดิมเป็นพระพุทธรูปทองสำริดที่มีความงดงาม แต่ต่อมามีการพอกปูนฉาบไว้ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นการอำพรางจากเหตุการณ์ สงคราม โดยพระพุทธรูปที่เห็นในปัจจุบัน ประดิษฐาน ณ ที่เดิมนับตั้งแต่ค้นพบ ไม่ทำการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด
    หินสามวาฬ หนึ่งในจุดสถานที่ท่องเที่ยวของ ภูสิงห์ จังหวัดบึงกาฬ ตั้งอยู่ภายในเขตพ...

    หินสามวาฬ หนึ่งในจุดสถานที่ท่องเที่ยวของ ภูสิงห์ จังหวัดบึงกาฬ ตั้งอยู่ภายในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู อีกทีค่ะ โดยบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยกลุ่มก้อนหินรูปทรงต่างๆ หน้าผา และถ้ำ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เกิดเป็นความสวยงามในแบบต่างๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากจะเดินทางมาเห็นด้วยตาตัวเองนั่นเองค่ะ โดยที่บริเวณของ หินสามวาฬ นั้น จะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อนใหญ่ๆ เรียงต่อกัน มีอายุประมาณ 75 ล้านปีเลยทีเดียว ความพิเศษของหินก็คือ เมื่อมองดูจากระยะไกลๆ หินสามก้อนนี้จะดูคล้ายกับฝูงครอบครัววาฬ มีทั้งพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ นั่นเองค่ะ ซึ่งก็จะถูกเรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน แต่ความ Unseen ของ หินสามวาฬ นั้น ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะที่นี่ยังเป็นหนึ่งใน จุดชมวิวที่สวยที่สุดในภูสิงห์ อีกด้วย โดยเฉพาะช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น ตอนที่พระอาทิตย์กำลังไต่ระดับขึ้นมาที่ขอบฟ้า เราจะได้เห็นแสงสีส้มของพระอาทิตย์ไล่เฉดสีกันอย่างสวยงามเลยทีเดียว รวมไปถึงภาพวิวทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้าแบบไกลสุดลูกหูลูกตา ที่สำคัญคือ เราจะได้เห็นผืนป่าสีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ วิวของ ป่าภูวัว แก่งสะดอก ห้วยบังบาตร หาดทรายแม่น้ำโขง และภูเขาเมืองปากกระดิ่ง ประเทศลาว อีกด้วยค่ะ และถ้ามองให้ดีๆ อาจจะเห็นแม่น้ำโขงอยู่ไกลๆ อีกด้วยนะคะ สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะคะ เรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่อันซีนสุดๆ แบบหาที่ไหนไม่ได้แล้วจริงๆ

    วัดโพธาราม ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีพระพุทธรู...

    วัดโพธาราม ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจังหวัดบึงกาฬและชาวจังหวัดใกล้เคียงรวมไปถึงในสปป.ลาว ที่อยู่ในลุ่มน้ำโขงแถบนี้ เมื่อเข้ามายังตัววัดจะพบกับอุโบสถเมื่อมองเข้าไปด้านในก็จะเห็นหลวงพ่อพระใหญ่ประดิษฐานอยู่ด้านในตัวอุโบสถ หลวงพ่อพระใหญ่ เป็นพระพุทธรูปรางมารวิชัย ฉาบปูน หน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ (5 ฟตุ 4 นิ้ว) เดิมเป็นพระพุทธรูปทองสำริดที่มีความงดงาม แต่ต่อมามีการพอกปูนฉาบไว้ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นการอำพรางจากเหตุการณ์สงคราม โดยพระพุทธรูปที่เห็นในปัจจุบัน ประดิษฐาน ณ ที่เดิมนับตั้งแต่ค้นพบไม่ทำการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด มีเพียงการบูรณะแท่นประดิษฐานให้คงทนแข็งแรงมากขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่ที่มาขอพร ก็มักจะได้สมหวังดังใจหมาย จนมีคนนำสีทองมาทาองค์พระให้สวยงามอย่างที่เห็นกัน และมักจุดบั้งไฟถวายกันเป็นประจำ แต่การกราบไหว้ในพระอุโบสถ สามารถเข้าได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น ส่วนสุภาพสตรีจะสามารถกราบไหว้ได้ที่ด้านหน้าของพระอุโบสถ หรือองค์จำลองที่ประดิษฐานอยู่ข้างพระอุโบสถ วัดโพธารามแห่งนี้มีบรรยากาศที่ร่มรื่น มีหลักธรรมคำสอนติดตามต้นไม้ไว้ให้อ่านเป็นข้อคิดเตือนใจ และพื้นที่วัดก็อยู่ติดริมแม่น้ำโขงไม่มีกำแพงวัดกั้นระหว่างวัดและแม่น้ำโขง จึงทำให้ผู้คนที่มาวัดได้เดินเที่ยวชมและยังได้รับลมเย็นๆที่พัดขึ้นมาจากฝั่งโขงยิ่งทำให้จิตใจสงบร่มเย็น

  • เย็น
    • รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร (3)

    • พักที่...โรงแรม THE ONE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4* (บึงกาฬ)
วันที่สอง 2 : บึงกาฬ – ศาลปู่อือลือ – เกาะดอนโพธิ์ - ภูลังกา - ถ้ำนาคา
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก (4)
  • 08:00
    • นำท่านมาเปิดตำนาน ศาลปู่อือลือนาคราช พญานาคผู้ถูกสาป แห่งบึงโขงหลง ตามตำนานเชื่อว่า เกิดจากการล่มเมืองของพญานาค ซึ่งเกิดจากความรักที่ไม่ สมหวังระหว่างพญานาคกับมนุษย์ ทำให้เมืองที่เจริญรุ่งเรืองล่มสลาย บริเวณ แห่งนี้เดิมเป็นที่ตั้งเมือง ชื่อ รัตพานคร มี พระอือลือราชา เป็นผู้ครองนคร เรื่องราวคือพระอือลือถูกพระยานาคราชจับตัวไว้ พร้อมกับสาปให้พระอือลือ ราชากลายร่างเป็นนาค เฝ้าอยู่ในบึงโขงหลงชั่วนิรันดร์ จนกว่าจะมีเมืองเกิดใหม่ ในดินแดนแห่งนี้ จึงจะล้างคำสาปของพระยานาคราชได้ ซึ่งชาวบ้านมักจะบน บานศาลกล่าวหรือขอพรจากท่านให้แคล้วคลาดปลอดภัยทุกครั้งที่ออกไปหาปลา ในบึงและเรื่องหน้าที่การงานเพื่อให้สมปรารถนา

    • และนำท่านสู่ เกาะดอนโพธิ์ สักการะองค์ปู่อือลือที่ท่านให้ความเคารพเลื่องใส ศรัทธา

    • จากนั้นนำท่านขึ้นชมความมหัศจรรย์ชวนพิศวงของ ถ้ำนาคา การขึ้นไป เที่ยวถ้ำต้องเดินขึ้นบันไดสูงชันที่ทางอุทยานฯ จัดสร้างขึ้นไปกว่า 1,400 ขั้น ใช้ เวลาเดินราว 1-1.30 ชั่วโมง
    ถ้าพูดถึงตำนานความเชื่อของคนไทยแล้ว ตำนานพญานาค เป็นเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธ...

    ถ้าพูดถึงตำนานความเชื่อของคนไทยแล้ว ตำนานพญานาค เป็นเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธา ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน และแน่นแฟ้นมากๆ โดยเฉพาะในภาคอีสาน ที่จะมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ พญานาค อยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือที่นี่ค่ะ ถ้ำนาคา บึงกาฬ ถ้ำสวย Unseen สุดลึกลับ ใน อุทยานแห่งชาติภูลังกา ถ้ำนาคา เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ค่ะ และตั้งอยู่ใกล้กับ วัดถ้ำชัยมงคล ความสวมงามแปลกตาของที่นี่กก็คือ รูปทรงของหินขนาดใหญ่ ที่มีรูปร่างเหมือน งูยักษ์ หรือ พญานาค นั่นเอง ทำให้ถ้ำแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ และเรื่องลึกลับ ภายในถ้ำ จะพบกับหินที่มีรูปร่างคล้ายกับลำตัวของพญานาค ซึ่งถ้ามองไปจะคล้ายๆ กับเกล็ดของงูขนาดใหญ่ และปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียว ดูสวยงาม แต่ก็น่าพิศวงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการพบหินที่มีลักษณะเหมือนเป็นส่วนหัวของงูยักษ์ในบริเวณที่ไม่ไกลกันมากจากตัวถ้ำอีกด้วย ส่วนหัวพญานาค แห่งที่ 2 และไม่นานมานี้ ทางทีมสำรวจได้ทำการค้นพบ ส่วนหัวพญานาคแห่งที่ 2 โดยหินตรงนี้จะมีลักษณะคล้ายกับหัวงูยักษ์ และมีเกล็ดที่เห็นเด่นชัด เรียกได้ว่าน่าอัศจรรย์ใจมากๆ โดยส่วนหัวพญานาคที่ 2 นี้ ตั้งอยู่ในเส้นทางเดินธรรมชาติ หน่วยพิทักษ์ฯ พระธาตุเจดีย์ อยู่ระหว่าง ยอดเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ ไปยอดเจดีย์พระอาจารย์เสาร์ เจดีย์หลวงปู่วังค่ะ ตำนานพญานาค ตำนานพญานาค ในถ้ำนี้ ชาวบ้านมีความเชื่อที่ว่า ถ้ำนาคา คือ พญานาค หรือ งูยักษ์ ที่ถูกสาปให้กลายเป็นหินนั่นเอง ด้วยสาเหตุที่ว่า บริวารของพญานาค ผู้ครองเมืองบาดาล ไปมีสัมพันธ์สวาทกับมนุษย์ และเมืองบาดาลที่พญานาคและบริวาร อาศัยอยู่ก็คือ บึงโขงหลง ในจังหวัดบึงกาฬปัจจุบันค่ะ

  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน เซตปิกนิก (5)
  • บ่าย
    • อิสระให้ท่านเที่ยวชม “ถ้ำนาคา” หรือ “ถ้ำพญานาค” เนื่องจากมีลักษณะของหินและผนังถ้ำดูคล้ายพญานาค ที่มีรูปทรงคล้ายพญานาคหรืองูขนาดใหญ่นอน ขดตัว โดยมีส่วนสำคัญ ๆ ทั้งส่วนหัว ลำตัว และเกล็ดพญานาค (ตาม จินตนาการและความเชื่อของชาวบ้าน) ด้วยเหตุนี้จึงมีตำนานเรื่องเล่าเชื่อมโยง กับความเชื่อของถ้ำแห่งนี้ว่า ถ้ำนาคาคือพญานาคหรืองูยักษ์ที่ถูกสาปให้ กลายเป็นหิน โดย “อือลือราชา”หรือ “ปู่อือลือ” เทพบนสรวงสวรรค์ ที่ถูกสาป ให้เป็นพญานาคปกครองเมืองบาดาล (เชื่อกันว่าคือบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ) ที่มีทั้งพญานาคและมนุษย์อาศัยอยู่ร่วมกัน ได้สาปบริวารพญานาคของตนให้กลายเป็นหินที่ถ้ำแห่งนี้เนื่องจากทำผิดจารีต เพราะไปมีสัมพันธ์สวาท กับมนุษย์ ซึ่งก็คือถ้ำนาคา หรือ ถ้ำพญานาค ที่ อช. ภูลังกาแห่งนี้

    • สมควรแก่ เวลานำคณะเดินทางกลับ ลงมาและนำคณะเดินทาง ต่อสู่จังหวัดนครพนม
  • ค่ำ
    • รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร (6) หลังอาหารนำคณะเดินทางสู่ที่พัก..

    • พักที่...โรงแรม แม่โขงเฮอริเทจ หรือระดับเทียบเท่า 5* (นครพนม)
วันที่สาม 3 : พญาศรีสัตตนาคราช – โบสถ์คริสต์ – พระธาตุพนม – พระธาตุเรณู
  • เช้า
    • รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก (7)
  • 08:00
    • นำท่านสักการะ พญาศรีสัตตนาคราช ประดิษฐานอยู่ที่ บนลานศรีสัตตนาคราช เป็นลานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ทำให้มีทัศนียภาพสวยงาม บรรยากาศดี ได้ชมวิว สวยๆ และวิถีชีวิตริมฝั่งโขงอีกด้วยสำหรับองค์พญานาคนั้น สร้างด้วยทองเหลือง ซึ่งนับได้ว่าเป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน ซึ่งมีน้ำหนัก รวมถึง 9,000 กิโลกรัม อีกทั้งยังเป็นรูปพญานาคขดหาง 7 เศียร สง่างาม และ ประดิษฐานบนแท่น ฐานแปดเหลี่ยม กว้าง 6 เมตร ความสูงรวมฐาน 15 เมตร ทีเดียว โดยองค์พญานาคยังสามารถพ่นน้ำได้อีกด้วย มีความเชื่อที่ว่า หากเรา ได้มาขอพร หรือบนบานองค์พญาศรีสัตตนาคราช จะประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งใจ เพราะเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศที่มาบูชา และขอพรองค์พญานาค จึงเป็นอีกจุดท่องเที่ยวหนึ่งในจังหวัดนครพนม ที่ต้องไม่ พลาดแวะมากราบไหว้ขอพร องค์พญาศรีสัตตนาคราช เพื่อความเป็นสิริมงคล เมื่อมาถึงนครพนม

    • นำท่านชม สถานพระมารดาแห่งมรณสักขี วัดสองคอน เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่มีความสวยงามและใหญ่ที่สุด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เคยได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น สมาคมสถาปนิกสยาม
    จากความเชื่อในเรื่อง “พญานาค” สำหรับชาวพุทธแล้วถือเป็นเรื่องที่ถูกเล่าขานกันมานา...

    จากความเชื่อในเรื่อง “พญานาค” สำหรับชาวพุทธแล้วถือเป็นเรื่องที่ถูกเล่าขานกันมานานทั้งในพุทธประวัติก็ดี ตลอดจนเรื่องราวจากบรรดาเกจิอาจารย์หลายรูปก็ดี จึงไม่น่าแปลกใจถ้าจะกล่าวว่า “พญานาค” ถือเป็นส่วนหนึ่งสำหรับชีวิตของคนไทยและอีกหลาย ๆกรณีที่เกิดขึ้นจากความเชื่อความศรัทธา จากความเชื่อและความศรัทธาของทั้งพี่น้องชาวไทยและชาวลาวเกี่ยวกับองค์พญานาคที่คอยดูแลปกปักษ์รักษาผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขงและองค์พระธาตุพนม กล่าวคือ ทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวต่างมี กษัตริย์แห่งนาคราช หรือ นาคาธิบดี แยกปกครองดูแล ฝั่งลาว คือ พญาศรีสัตตนาคราช (นาคาธิบดีสีสัตตนาคบาดาล) ซึ่งเชื่อว่าเป็นกษัตริย์แห่งพญานาคฝั่งลาว เป็นพญานาคเจ็ดเศียร ฝั่งไทย คือ พญาศรีสุทโธนาคราช (นาคาธิบดีสีสุทโธ) เป็นกษัตริย์พญานาคฝั่งไทย เป็นพญานาคหนึ่งเศียร พญาศรีสุทโธ ท่านชอบจำศีลบำเพ็ญเพียร และปฏิบัติธรรม มีนิสัยอ่อนโยนมีเมตตา ไม่ชอบการต่อสู้ ชอบมาปฏิบัติธรรมที่พระธาตุพนม โดยมอบหมายให้เหล่าพญานาค 6 อำมาตย์ดูแลแทน ในระหว่างที่หลบมาจำศีลภาวนา และทางจังหวัดนครพนม จึงออกแบบและก่อสร้าง “องค์พญาศรีสัตตนาคราช” โดยการวางแผนออกแบบก่อสร้างนานเกือบ 5 ปี เพื่อเป็นนิมิตหมายอันดีในการสร้างสัญลักษณ์เมืองขึ้น และได้ทำการประกอบพิธีอัญเชิญองค์พญาศรีสัตตนาคราชขึ้นประดิษฐาน ท่ามกลางประชาชนชาวไทยและลาว ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง และ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง จ.นครพนม และพระสงฆ์จากวัดใกล้เคียงมาร่วมในพิธี โดยทางจังหวัดได้ทำพิธีสมโภชใหญ่ พุทธาภิเษก รวม 9 วัน 9 คืน ระหว่างวันที่ 9 – 18 กันยายน 2559 ที่ผ่านมาถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ จะมีสาวงามจาก 7 ชนเผ่าของแต่ละอำเภอกว่า 400 คนมารำบวงสรวงตลอด 9 วัน9 คืนอีกด้วย ภายใต้ความเชื่อเกี่ยวกับ “องค์พญาศรีสัตตนาคราช” ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.นครพนม อย่างที่ทราบกันว่าพี่น้องชาวไทยและชาวลาว ล้วนมีความเชื่อผูกพันอยู่กับองค์พญานาค พอๆ กับความผูกพันในลำน้ำโขง รุ่นปู่ย่าล้วนศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาคในฐานะที่เป็นผู้ดูแลปกปักษ์รักษาแถบลุ่มน้ำโขง รักษาพุทธศาสนา รวมถึงองค์พระธาตุพนม ซึ่งเป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน แน่นอนว่าจากประติมากรรมที่สูงค่าผนวกกับความเชื่อความศรัทธาที่มีต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช ย่อมส่งผลให้จังหวัดนครพนม ดินแดนแห่งลุ่มน้ำโขงกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างไม่อาจปฏิเสธ ณ บริเวณที่ประดิษฐานองค์พญานาค ลานศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขงหน้าสำนักงานป่าไม้ ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม

    โบสต์คริสต์วัดสองคอน หรือ สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขีวัดสองคอน ตั้งอยู่ท่ามก...

    โบสต์คริสต์วัดสองคอน หรือ สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขีวัดสองคอน ตั้งอยู่ท่ามกลางบริเวณอันกว้างขวางริมฝั่งโขง ณ บ้านสองคอน อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร สถานแห่งมรณะสักขีได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์คริสต์นิกาย โรมันคาทอลิก ทมีชื่อเสียงในเรื่องความงดงามแปลกตาของตัวอาคาร เป็นโบสถ์คริสต์สร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ เคยได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ปี 2539 โบสถ์แห่งนี้เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กโถงสี่เหลี่ยมชั้นเดียว ผนังของวัดและ ส่วนไว้พระธาตุเป็นกระจกใส บริเวณด้านหน้าเป็นส่วนประกอบพิธีมีพื้นที่กว้างขวาง ส่วนด้านหลังเป็นที่เก็บอัฐิของบุญราศีทั้ง 7 ภายในมีโลงแก้วบรรจุหุ่นขี้ผึ้งของบุญราศีทั้ง 7 ไว้ให้สักการะบูชา มีไม้กางเขน 7 แห่งด้านหน้าแทนบุญราศีทั้ง 7ลักษณะเด่นของโบสถ์ได้แสดงถึงความขัดแย้ง เช่น วัสดุก่อสร้างที่ใช้มีทั้งกระจกเรียบและหินทรายหยาบ ต้นไม้ด้านในกำแพงจะมีการจัดแต่งวางเป็นระเบียบ แต่ต้นไม้ภายนอกกำแพงจะไม่มีการจัดเรียง มีการใช้แสงเงาและรูปทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย ตรงไป ตรงมา จริงจัง แข็งๆ สื่อถึงความเป็นนักรบ สำหรับกำแพงโบสถ์สร้างโอบล้อมโบสถ์เป็นครึ่งวงกลม มีผนังโค้งประดับภาพนูนต่ำ เล่าเรื่องราวประวัติบุญราศีแห่งวัดสองคอน ส่วนด้านหลังเปิดโล่งเป็นสนาม เพื่อเอาไว้ชมทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำ โบสต์คริสต์วัดสองคอน สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเทิดพระเกียรติบุญราศีมรณสักขีทั้ง 7 ที่อุทิศชีวิตในป่าศักดิ์สิทธิ์เพื่อ พิสูจน์ศรัทธา ที่ มีต่อพระเจ้า เมื่อครั้งเกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากในระยะนั้นผู้คน แถบชายแดนจะศรัทธาและนับถือศาสนาคริสต์กันเป็นจำนวนมาก และบาทหลวงส่วนใหญ่เป็นชาวฝรั่งเศส ทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิด คิดว่าศาสนาคริสต์เป็นศาสนาของฝรั่งเศส จึงมีคนกล่าวหากันว่าคนที่นับถือคริสต์ช่วงนั้นจะฝักใฝ่ฝรั่งเศส ทรยศต่อประเทศชาติ รวมทั้งมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นหลายอย่าง ทางการจึงมีคำสั่งให้ชาวบ้านเลิกนับถือ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ยอมรับว่าจะเลิกแต่ก็ ยังนับถือกันแบบลับๆ โดยมีซิสเตอร์พิลา ทิพย์สุข (อายุ 31 ปี) ซิสเตอร์คำบาง ศรีคำฟอง (อายุ 23 ปี) นายศรีฟอง อ่อนพิทักษ์ (อายุ 33 ปี) นางพุดทา ว่องไว (อายุ 59 ปี) นางสาวบุดสี ว่องไว (อายุ 16 ปี) นางสาวคำไพ ว่องไว (อายุ 15 ปี) และเด็กหญิงพร ว่องไว (อายุ 14 ปี) ที่ยังทำหน้าที่เป็นครูสอนคำสอนและไม่รับปากกับทางตำรวจว่าจะเลิกตำรวจจึงนำตัวทั้งหมดไปยิงจนเสียชีวิต ในปี พ.ศ. 2532 พระสันตะปาปาก็ได้ประกาศให้ท่านทั้งเจ็ดคนเป็น”บุญราศีมรณสักขี”ซึ่ง หมายถึงคริสตชนผู้ที่ประกอบกรรมดี และพลีชีพเพื่อ ประกาศยืนยันความเชื่อในพระเจ้าไม่ยอมละทิ้งศาสนา ปัจจุบันมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือมิสซาบูชาใน วันธรรมดา เวลา 06.00 น.และในวันอาทิตย์ เวลา 07.00 น. และในทุกๆ ปีที่วัดสองคอนจะมีพิธีเฉลิมฉลองรำลึก การสถาปนา แต่งตั้งบุญราศี ณ กรุงโรม วันที่ 22 ต.ค. และพิธีรำลึกบุญราศีสองคอน 16 ต.ค

  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร (8)
  • บ่าย
    • นำท่านสักการะ พระธาตุพนม พระธาตุประจำวันเกิดวันอาทิตย์ พระธาตุพนม ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสก่อด้วยอิฐ ฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่าง พุทธศตวรรตที่ 12 - 14 ภายในบรรจุพระอุรังธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธาตุพนมนั้นไม่เพียงแต่เป็น ศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนม และภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังเป็นที่เคารพของ ชาวไทยภาคอื่นๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการองค์พระธาตุ พนมครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความ เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป

    • นำท่านเดินทางไปยัง พระธาตุเรณู พระธาตุประจำวันเกิดวันจันทร์ พระธาตุเรณู ประดิษฐาน ณ วัดธาตุเรณู อ.เรณู สร้างขึ้นเมื่อปี พ. ศ. 2461 ภายใน บรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปเงิน พระพุทธรูปทองคำ ของมีค่ามากมาย และ เครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง ของนครพนม เชื่อว่าผู้ใดได้ไปสักการะ จะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้มีวรรณะงดงาม ผุดผ่องดังแสงจันทร์อีกด้วย

    • จากนั้นนำท่านเดินทางมู่งสู่สนามบินนครพนม ระหว่างทางแวะซื้อของฝากทาง บ้าน ณ ร้านของฝาก ก่อนเดินทางต่อสู่สนามบิน
    วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ปัจจุบันมี พ...

    วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ปัจจุบันมี พระเทพวรมุนี เป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2549-ปัจจุบัน ประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนชยางกูร บ้านธาตุพนม ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ กว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.6 เมตร มีกำแพงล้อมองค์พระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้า (เนินดินสูงจากพื้นธรรมดาประมาณ 3 เมตร) ภายในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่เรียกว่าบึงธาตุพนม ในวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประจำปีเพื่อเป็นการนมัสการพระธาตุพนม

    พระธาตุเรณู สร้างราวปี พ.ศ.๒๔๖๐-๒๔๖๓ องค์พระธาตุจำลองมาจากพระธาตุพนมองค์เต็ม ก่อ...

    พระธาตุเรณู สร้างราวปี พ.ศ.๒๔๖๐-๒๔๖๓ องค์พระธาตุจำลองมาจากพระธาตุพนมองค์เต็ม ก่อนที่กรมศิลปากรจะเข้ามา บูรณะในปี พ.ศ.๒๔๙๓ แต่มีขนาดเล็กกว่า ภายในบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน เครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยา และเจ้าเมือง และของมีค่าที่ประชาชนมีศรัทธาบริจาค ต่อมาได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในปี พ.ศ.๒๕๕๙ ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานพระองค์แสน พระคู่บ้านคู่เมืองเรณูนคร พระพุทธรูปศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ พุทธลักษณะสวยงามมาก บริเวณวัดมีลานวัฒนธรรม ผู้ไทยเรณูนคร โรงละครเมืองเว ไว้คอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและนักท่องเที่ยว ทั้งยังมีร้านจำหน่ายสินค้า OTOP และผ้าพื้นเมืองที่ ไม่ควรพลาดเลือกชมเลือกอุดหนุนอย่างยิ่ง

  • 15:45
    • บินลัดฟ้าสู่ กรุงเทพ โดยสายการบิน นกแอร์ เที่ยวบินที่ DD 387
  • 17:00
    • เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ
  • 16:50
    • บินลัดฟ้าสู่ กรุงเทพ โดยสายการบิน แอร์เอเซีย เที่ยวบินที่ FD 3397
  • 18:10
    • เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • หัวข้อเงื่อนไข
เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • กรณีที่มีการจองต่ำกว่า 6 คน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกโปรแกรมนี้โดยจะคืนเงินที่ลูกค้าได้ชำระไว้แล้วทั้งหมด


    เนื่องจากแพ็คเกจนี้เป็นราคาโปรโมชั่นไม่สามารถยกเลิกคำสั่งซื้อได้



    *แจ้งรายละเอียดการเก็บค่าธรรมเนียม 10
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินสายการไทยสไมล์ พร้อมน้ำหนัก 20 ก.ก


    ค่า รถตู้ปรับอากาศ วีไอพี บริการตลอดการเดินทาง


    ค่าธรรมเนียมอุทยาน และค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ระบุในรายการ


    ค่าอาหารเลิศรส จำนวน 8 มื้อ


    ค่าประกันภัยอุบัติเหตุในการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 บาท ต่อท่าน (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)


    มัคคุเทศก์ผู้ชำนาญบริการ


    ค่าที่พัก โรงแรม THE ONE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4* (ห้องละ 2 ท่าน)


    ค่าที่พัก โรงแรม แม่โขง เฮอริเทจ หรือระดับเทียบเท่า 4* (ห้องละ 2 ท่าน)


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆอาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าอาหารที่สั่งเพิ่มนอกเหนือจากรายการ ฯลฯ


    ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%


    ทิปไกด์และคนขับ ท่านละ 300 บาทต่อทริป


หมายเหตุ
  • โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญ


    กรุณาศึกษารายละเอียดโปรแกรมการเดินทางท่องเที่ยว เงื่อนไข การให้บริการ และหมายเหตุ ก่อนทำการจองทัวร์


    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์และจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกหรือล่าช้าของสายการบิน,อุบัติเหตุ,ภัยธรรมชาติ,การนัดหยุดงาน,การจลาจล,หรือสิ่งของสูญหายตามสถานที่ เกิดเหนืออำนาจควบคุมของบริษัท


    เมื่อท่านถอนตัวก่อนการท่องเที่ยวจะสิ้นสุด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่อาจเรียกร้องค่าใช้จ่ายคืนได้ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น


    ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ, ไม่ทานอาหารบางมื้อ เป็นต้น


    ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรม และ/หรือ เกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความ ประมาทของตัวนักท่องเที่ยวเอง


    เมื่อตกลงชำระเงินเพื่อการเดินทางกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ ยอมรับในเงื่อนไข และข้อตกลง ต่างๆ ที่ได้ระบุไว้ทั้งหมดนี้แล้ว


PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿13,649
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿13,649
0 บทวิจารณ์
เริ่มต้นเพียง ฿13,649
0 บทวิจารณ์