ZRH01 GRAND SWITZERLAND ZRH-GVA 7D4N

สวิตเซอร์แลนด์

ไฮไลท์แพ็คเกจ

ซูริค - ลูเซิร์น – สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล - ยอดเขาจุงเฟรา TOP OF EUROPE – อินเตอร์ลาเคน – ทาซ – เซอร์แมท - กรุงเบิร์น – บ่อหมีสีน้ำตาล – มาร์กาสเซ – ปราสาทชิลยอง - โลซานน์ – ศาลาไทย – เจนีวา - น้ำพุเจ็ทโด้ – นาฬิกาดอกไม้สวนอังกฤษสนามบินเจนีวา

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) (มีอาหารและเครื่องดื่มบริการบนเครื่องบิน)
  • 22:00
    • คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบิน EMIRATES AIRLINES โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และ หัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
วันที่สอง 2 : ดูไบ – สนามบินซูริค – ซูริค - ลูเซิร์น – สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล
  • 01:15
    • ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติ กรุงดูไบ ประเทศ UAE โดยสายการบิน EMIRATES AIRLINES เที่ยวบินที่ EK385 ** มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **
  • 04:45
    • เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติ กรุงดูไบ ประเทศ UAE (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)
  • 08:40
    • ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานเมืองซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยสายการบิน EMIRATES AIRLINES เที่ยวบินที่ EK087 ** มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบริการ **
  • 13:20
    • เดินทางถึง ท่าอากาศยานเมืองซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หลังผ่านขั้นตอนการตรวจหนังสือเดินทาง และตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เปลี่ยนการเดินทางเป็นรถโค้ชปรับอากาศ
  • เที่ยง
    • อิสระอาหารเพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยว
  • บ่าย
    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซูริค เมืองใหญ่และศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางการธนาคาร การเงิน และตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ4ของโลก

    • นำท่านชมย่านเมืองเก่า LINDERHOF โบสถ์ในสมัยกลาง และมหาวิหารคู่บ้านคู่เมือง

    • กรอสมุนเตอร์ (GROSSMUNSTE CHURCH) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซูริค ถัดมาคือโบสถ์อีกแห่งหนึ่ง มีชื่อว่า PETERSKIRCHE หรือ ST.PETER’S CHURCH โดยด้านบนสุดเป็นที่ตั้งของหน้าปัดนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    • และ โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ (FRAUMUNSTER ABBEY) ที่มีหน้าต่างกระจกสีอันสดใสสวยงาม อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย

    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (LUCERNE) (ระยะทาง 65 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆของสวิสเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา

    • จากนั้นพาท่านชม สิงโตหินแกะสลัก (DYING LION OF LUCERNE) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792

    • ชมสะพานไม้ชาเปล (CHAPEL BRIDGE) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น
    ซือริช (เยอรมัน: Zürich) หรือ ซูริก(อังกฤษ: Zurich) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด...

    ซือริช (เยอรมัน: Zürich) หรือ ซูริก(อังกฤษ: Zurich) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเป็นเมืองหลวงของรัฐซือริช ตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนเหนือของประเทศบริเวณจุดเหนือสุดของทะเลสาบซือริช (Lake Zurich) มีประชากรในเขตตัวเมืองทั้งหมด 400,028 คน และประชากรบริเวณรอบตัวเมืองรวมทั้งสิ้น 1.4 ล้านคน ซือริชเป็นศูนย์กลางของระบบการขนส่งมวลชนของประเทศ อาทิ ระบบขนส่งรถไฟ เส้นทางการคมนาคม การจราจรทางอากาศ โดยเป็นที่ตั้งของสนามบินและสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดและการจราจรหนาแน่นที่สุดในประเทศ ซือริชได้ถูกก่อตั้งมานานกว่า 2,000 ปี โดยชาวโรมันช่วง 150 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งขณะนั้นซือริชมีชื่อเรียกว่า Turicum อย่างไรก็ตามร่องรอยการเข้าอยู่อาศัยในซือริชได้ถูกค้นพบว่ายาวนานถึง 6,400 ปีแล้ว ในช่วงยุคกลาง ซือริชได้รับเอกราชเมื่อปี ค.ศ. 1519 และเป็นศูนย์กลางการปฏิวัติศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ในยุโรปภายใต้การนำของฮุลดริช ซวิงลี ซือริชใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาราชการ แต่อย่างไรก็ตามภาษาที่นิยมพูดกันเป็นหลักคือเยอรมันแบบภาษาถิ่นสวิส (Alemannic Swiss German dialect) ซือริชเป็นเมืองชั้นนำของโลกและเป็นหนึ่งในเมืองที่มีศูนย์กลางทางการเงินขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งตรงข้ามกับจำนวนประชากรที่ค่อนข้างน้อยของประเทศ เป็นที่ตั้งของสถาบันทางการเงินและการธนาคารยักษ์ใหญ่มากมาย อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมของศูนย์วิจัยและศูนย์พัฒนาของประเทศ เนื่องจากมีการเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำ ซือริชจึงดึงดูดให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาตั้งบริษัทของตนเป็นจำนวนมาก ในปี 2012 จากผลการสำรวจของ Monocle's 2012 "Quality of Life Survey" ได้จัดอันดับให้ซือริชเป็นหนึ่งใน 25 เมืองที่น่าอยู่อาศัยมากที่สุด และจากหลายผลการสำรวจตั้งแต่ปี 2006 ถึง 2008 ยังได้จัดอันดับให้ซือริชเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตประชากรดีที่สุดของโลกและเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในสหภาพยุโรป ในเมืองซือริชยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง รวมถึงพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของสวิตเซอร์แลนด์

    โบสถ์กรอสมุนสเตอร์ (Grossmunster Church) อีกหนึ่งแลนด์มาร์คต้องห้ามพลาดของเมืองซ...

    โบสถ์กรอสมุนสเตอร์ (Grossmunster Church) อีกหนึ่งแลนด์มาร์คต้องห้ามพลาดของเมืองซูริค โบสถ์หอคอยคู่สูงระฟ้า เป็นโบสถ์สำคัญและเก่าแก่ของเมืองที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1100 ภายในมีงานประติมากรรมและสถาปัตยกรรมการตกแต่งที่สวยงาม รวมทั้งยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ที่สำคัญอีกอย่าง คือ โบสถ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์โบราณทางคริสต์ศาสนา นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงจากด้านบนสุดของหอคอยได้อีกด้วย รวมทั้งยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ที่สำคัญอีกอย่าง คือ โบสถ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์โบราณทางคริสต์ศาสนา นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงจากด้านบนสุดของหอคอยได้อีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ โดยที่มีค่าเข้าชมเพียง 2 สวิตฟรังก์เท่านั้น

    โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ (Fraumünster) โบสถ์เก่าแก่และเป็น 1 ใน 4 โบสถ์หลักของเมืองซูริ...

    โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ (Fraumünster) โบสถ์เก่าแก่และเป็น 1 ใน 4 โบสถ์หลักของเมืองซูริค (สามโบสถ์ที่เหลือคือโบสถ์ Grossmünster, โบสถ์ Prediger และ โบสถ์ St. Peter’s) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โบสถ์นี้สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 9 ขึ้นชื่อเรื่องงานกระจกสี (Stain Glass) อันสวยงามโดดเด่น ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินเลื่องชื่อในอดีต มาร์ค ชากัลล์ (Marc Chagall) และออร์แกนโบราณขนาดมหึมาภายในโบสถ์ ข้อสำคัญสำหรับการไปเข้าชมคือ โบสถ์แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้านใน แต่สามารถซื้อโปสการ์ดที่ระลึกได้ และยังเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ ของเมืองซูริคอีกด้วย เพื่อนๆ จะเห็นโบสถ์หลังคาสีฟ้าเด่นมาแต่ไกล โบสถ์แห่งนี้อยู่ใกล้ย่านการค้าที่สำคัญของซูริคอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย(ไม่มีค่าเข้าชม) โดยเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน หากแต่เวลาที่เปิดนั้นจะแตกต่างกันไปตามช่วงเดือน

    ลูเซิร์น (อังกฤษ: Lucerne) หรือ ลุทแซร์น (เยอรมัน: Luzern) เป็นเมืองหลวงของรัฐลู...

    ลูเซิร์น (อังกฤษ: Lucerne) หรือ ลุทแซร์น (เยอรมัน: Luzern) เป็นเมืองหลวงของรัฐลูเซิร์นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยความที่ลูเซิร์นเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคกลางของประเทศ ทำให้ลูเซิร์นกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ, การคมนาคม, ทางวัฒนธรรม ของภาคกลาง ภาษาทางการที่ใช้ในลูเซิร์นคือภาษาเยอรมัน (ภาษาพูด สวิสเยอรมัน ท้องถิ่น) ตั้งอยู่ชายฝั่งด้านตะวันตกติดกับทะเลสาบลูเซิร์น มีแม่น้ำร็อยส์ไหลออกมาจากทะเลสาบผ่านกลางเมือง จากเมืองนี้สามารถมองเห็นเทือกเขาแอลป์, เขาพีลาทุส และเขารีกี ลูเซิร์นมีภูมิอากาศเย็นตลอดทั้งปี จุดหมายตาที่สำคัญในเมืองคือคาเพ็ลล์บรึคเคอ สนามบินที่อยู่ใกล้ลูเซิร์นที่สุดคือท่าอากาศยานซือริช ซึ่งมีรถไฟโดยตรงมาสู่ลูเซิร์นทุกชั่วโมงโดยใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง ภายหลังการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 6 ชนอลามันน์เชื้อสายเยอรมันก็มีอิทธิพลเหนือดินแดนที่เป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน จนกระทั่งราวปี 750 ก็มีการจัดตั้งสังฆมณฑลซังคท์เลโอเดอการ์ (St. Leodegar) นิกายโรมันคาทอลิกขึ้น ต่อมาในศตวรรษที่ 9 สังฆมณฑลซังคท์เลโอเดอการ์ได้ตกอยู่ในการปกครองของอารามมูร์บัค (Murbach Abbey) ในแคว้นอาลซัส ในช่วงเวลานี้เอง พื้นที่แถบนี้ได้ถูกเรียกว่า ลูกิอาริอา(ละติน: Luciaria) ต่อมาในปี 1178 สังฆมณฑลแห่งนี้ได้เป็นอิสระจากอารามมูร์บัค และได้สถาปนาสังฆมณฑลเป็นเมืองลูเซิร์นในปีเดียวกัน เมืองลูเซิร์นกลายเป็นทางผ่านที่สำคัญบนเส้นทางการค้าที่กำลังเฟื่องฟูในภูมิภาคก็อทฮาร์ท (Gotthard)

    สิงโตแห่งลูเซิร์น (อังกฤษ: Lion of Lucerne) หรือที่เรียกว่า เลอเวินเด็งค์มาล (เย...

    สิงโตแห่งลูเซิร์น (อังกฤษ: Lion of Lucerne) หรือที่เรียกว่า เลอเวินเด็งค์มาล (เยอรมัน: Löwendenkmal) เป็นประติมากรรมแกะสลักหินผา ตั้งอยู่ใจกลางนครลูเซิร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ รูปสลักสิงโตที่ใกล้ตายถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้คนระลึกถึงองครักษ์สวิสที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์คณะปฏิวัติบุกพระราชวังตุยเลอรีในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1792 อนุสาวรีย์นี้ถือเป็นอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ มีผู้มากเยี่ยมชมมากกว่าล้านคนในแต่ละปี อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้รับการคุ้มครองเป็นให้เป็นมรดกแห่งชาติสวิส ราชสำนักฝรั่งเศสได้ว่าจ้างหน่วยทหารสวิสราว 1,200 นายได้ทำหน้าองค์รักษ์ของราชสำนัก ต่อมาเมื่อมีการปฏิวัติฝรั่งเศสเกิดขึ้น กลุ่มผู้ปฏิวัติที่โกรธแค้นได้บุกและยึดพระราชวังตุยเลอรีในกรุงปารีส แม้สมาชิกของราชวงศ์ได้หลบหนีออกจากวังไปแล้วก่อนที่คณะปฏิวัติจะมาถึง แต่เหล่าทหารสวิสราว 1,000 นายก็ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ของตนในการปกป้องพระราชวัง ทหารสวิสได้อยู่ต่อสู้กับฝูงชนเพื่อปกป้องพระราชวังที่ไร้ผู้คน ในการต่อสู้ครั้งนี้มีทหารมีเสียชีวิตประมาณ 760 นาย นอกจากนี้ ยังมีทหารสวิสอีกส่วนหนึ่งที่เสียชีวิตระหว่างคุ้มกันพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ไปลี้ภัยยังอาคารสมัชชาแห่งชาติ

    สะพานไม้ชาเปล (เยอรมัน: Kapellbrücke) เป็นสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำรอยส์ในนครลูเซิร์...

    สะพานไม้ชาเปล (เยอรมัน: Kapellbrücke) เป็นสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำรอยส์ในนครลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีอายุกว่า 600 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1365 เมื่อแรกสร้างมีความยาว 270 เมตร แต่เนื่องจากตลิ่งแม้น้ำที่งอกเพิ่มขึ้นตลอดหลายร้อยปี ทำให้ในปัจจุบันตัวสะพานเหลือความยาว 204.7 เมตร สะพานนี้ถือเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และถือเป็นหนึ่งในสะพานแบบโครงที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลก ตลอดลำสะพานมีจิตรกรรมจำนวนมากที่วาดขึ้นในศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็ตาม จิตรกรรมกว่า 2 ใน 3 ได้ถูกทำลายจากเหตุเพลิงไหม้ในปี ค.ศ. 1993 แต่ได้รับการซ่อมแซมใหม่จนอยู่ในสภาพที่ดีเหมือนเดิม ปัจจุบันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญต่อประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นอีกด้วย

  • ค่ำ
    • บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร เมนูอาหารพื้นเมือง

    • พักที่ IBIS HOTEL, LUCERNE หรือเทียบเท่า
วันที่สาม 3 : ยอดเขาจุงเฟรา TOP OF EUROPE – อินเตอร์ลาเคน – ทาซ
  • เช้า
    • บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (GRINDELWALD) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่

    • เขาจุงเฟรา (JUNGFRAU) เเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟรา ที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร

    • ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (JUNGFRAUJOCH) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร

    • พาท่านชมวิวที่ ลานสฟิงซ์ (SPHINX TERRACE) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรปที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขาและที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป นำคณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยไม่ซ้ำเส้นทางเดิม ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแตกต่างกันจนถึง สถานีรถไฟ

    • เมืองลาวท์เทอบรุนเนิน (LAUTERBRUNNEN)
    กรินเดลวาลด์ (Grindelwald) เมืองเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงของรัฐเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์...

    กรินเดลวาลด์ (Grindelwald) เมืองเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงของรัฐเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนเทือกเขากรุงเบิร์น-แอลป์ (Bernese-Alps) อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,034 เมตร เมืองเล็กๆ แห่งนี้คับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวและผู้คนที่หลั่งไหลมาจากทั่วโลก เนื่องจากกรินเดลวาลด์เป็นเมืองแห่งรีสอร์ทกีฬาฤดูหนาวและมียังหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดในยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) อีกด้วย นอกจากการชมเมืองสุดแสนบรรยากาศดีที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวแสนบริสุทธิ์แล้ว เมืองนี้ยังมีกิจกรรมยอดฮิตและสนุกสนานมากมาย อย่างเช่น การเล่นกีฬาสโนว์บอร์ด การเล่นสกี การเดินป่าในฤดูหนาว เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงามของไปตามเส้นทาง 15 กิโลเมตร ซึ่งจะได้ตื่นตาตื่นใจกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาไอเกอร์-มองซ์ (Eiger- Monch) และยอดเขาจุงเฟรา (JungFrau) อันงามสง่า สุดท้ายคือกิจกรรมที่เมื่อมากรินเดลวาลด์แล้วคุณจะพลาดไม่ได้ นั่นคือการขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟรา

    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับการจัดอันดับจาก World Happiness Report ว่าเป็นประเทศท...

    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับการจัดอันดับจาก World Happiness Report ว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกในปี 2015 ซึ่งเราก็คงไม่ปฏิเสธ เพราะประเทศแห่งนี้มีธรรมชาติที่สวยงามมากมาย แค่ได้ตื่นมาเจอกับบรรยากาศแบบนี้ก็ฟินแล้ว หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็คือ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) โดยมีสถานีรถไฟจุงเฟรายอค (Jungfraujoch) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) ตั้งอยู่ด้านบน วันนี้กระปุกดอทคอมจะขอพาไปท่องเที่ยวเส้นทางนี้กันค่ะ ซึ่งต้องขอบอกว่าความสวยงามของที่นี่จะทำให้หัวใจของเราหยุดเต้นได้ชั่วขณะเลยทีเดียว ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 4,000 เมตร ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2007 การที่จะขึ้นไปทำความรู้จักกับจุงเฟราได้นั้น มีวิธีเดียวคือการนั่งรถไฟขึ้นไป โดยมี 2 เส้นทางให้เลือก คือ Lauterbrunnen และ Grindelwald ซึ่งทั้งสองเส้นทางจะวิ่งผ่านหมู่บ้านและทุ่งหญ้า ค่อย ๆ ไต่ความสูงขึ้นไปจนถึงสถานีรถไฟจุงเฟรายอค (Jungfraujoch) ที่ความสูง 3,454 เมตร ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป เมื่อถึงสถานีปลายทาง นักท่องเที่ยวจะได้พบกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟสายนี้ ที่จัดแสดงในอุโมงค์ยาว พร้อมทั้งมีถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่มีรูปปั้นแกะสลัก และอุโมงค์ถ้ำน้ำแข็งให้ได้เที่ยวชมอีกด้วย จุดที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดก็คือบริเวณจุดชมวิว นักท่องเที่ยวสามารถออกไปสัมผัสกับหิมะสีขาวโพลนบนพื้นที่ภูเขาที่สูงมาก ๆ พร้อมกับชมทัศนียภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่มาก ๆ อีกแห่งหนึ่งในยุโรป และต้องขึ้นไปที่หอคอย Sphinx ซึ่งมีความสูงถึง 3,571 เมตร บนคอหอยจะสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา มองเห็นยอดเขาอื่น ๆ เรียงรายสลับซับซ้อน ยอดเขาแต่ละแห่งต่างปกคลุมไปด้วยหิมะสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถที่จะขึ้นรถไฟจากเส้นทางหนึ่ง แล้วลงอีกเส้นทางหนึ่งก็ได้ เพื่อที่จะได้เห็นวิวสองข้างทางของทั้ง 2 เส้นทาง ใช้เวลาเดินทางไม่นานมากนัก หากใครพักที่เมืองอินเทอร์ลาเคน ก็สามารถเที่ยวยอดเขาจุงเฟราได้ใน 1 วัน ไม่ว่าจะมาฤดูกาลไหนก็ขึ้นไปเที่ยวบนยอดเขาจุงเฟราได้ เพราะที่นี่เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละฤดูกาลที่นี่ก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป ใครอยากเห็นดอกไม้สีสันสดใส พร้อมภูเขาสีเขียวก็มาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ถ้าใครอยากเห็นหิมะแบบจัดเต็มก็ตะลุยไปเลยในช่วงหน้าหนาว สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางรถไฟยอดเขาจุงเฟราและตั๋วรถไฟได้ที่ jungfrau

  • เที่ยง
    • บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร เมนูอาหารพื้นเมือง
  • บ่าย
    • นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านทาซ ประตูสู่ ZERMATT (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)

    • อิสระเดินเล่นและเก็บภาพภายในเมืองทาซ และพักผ่อนเพื่อวันรุ่งขึ้นจะได้นั่งรถไฟเดินทางสู่เมือง เซอร์แมท
  • ค่ำ
    • บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร เมนูอาหารจีน

    • พักที่ ELITE HOTEL, TASCH หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ 4 : ทาซ – เซอร์แมท - กรุงเบิร์น – บ่อหมีสีน้ำตาล – มาร์กาสเซ
  • เช้า
    • บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำท่านเปลี่ยนบรรยากาศ นั่งรถไฟสู่ เมืองเซอร์แมท (ZERMATT) เมืองที่ไม่อนุญาตให้รถยนต์วิ่งและเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องว่าปลอดมลพิษที่ดีของโลก เมืองเซอร์แมท (Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น

    • ฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขาแมททอร์ฮอร์น (MATTERHORN) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิส นำท่านชมเมืองเซอร์แมท เมืองสวรรค์แห่งกีฬาสกี และการท่องเที่ยวในฤดูหนาว เซอร์แมทเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ในหุบเขา Mattertal ในความสูงที่ 1620 เมตรจากตีนเขา เป็นเมืองที่มีประชากรน้อยมาก และอาชีพหลักของคนพื้นเมือง คือ พนักงานโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งรายได้หลักของเมืองนี้มาจากการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว

    • ได้เวลาพออันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ ทาซ
    แซร์มัท หรือที่นิยมอ่านผิดว่าเซอร์แมท เป็นเมืองชนบทในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในรั...

    แซร์มัท หรือที่นิยมอ่านผิดว่าเซอร์แมท เป็นเมืองชนบทในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในรัฐวาเล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านการปีนเขาและสกีรีสอร์ทมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ภาคเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของเมืองจึงขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยว แซร์มัทมีประชากร 5,714 คน (ค.ศ. 2016) ประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของเมืองนี้ทำงานอยู่ในโรงแรมและร้านอาหาร อย่างไรก็ตาม มีประชากรถาวรหนึ่งในสามเท่านั้นที่เป็นประชากรดั้งเดิมของแซร์มัท ส่วนที่เหลือย้ายมาจากต่างประเทศเมืองแซร์มัทมีกระเช้าลอยฟ้าให้บริการสู่ไคลน์มัทเทอร์ฮอร์น ซึ่งมีกระเช้าลอยฟ้าข้ามไปยังหมู่บ้านเบรย-แชร์วีเนีย (Breuil-Cervinia) ซึ่งตั้งอยู่ในฝั่งประเทศอิตาลี

    ยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์น (Matterhorn) มงกุฎแห่งสวิตเซอร์แลนด์ เป็นชื่อยอดเขาตั้งอยู่บ...

    ยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์น (Matterhorn) มงกุฎแห่งสวิตเซอร์แลนด์ เป็นชื่อยอดเขาตั้งอยู่บนแนวของเทือกเขาแอลป์อยู่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับประเทศอิตาลี เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ภูเขาที่สง่างามแห่งเทือกเขาแอลป์บริเวณชายแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลีลูกนี้มียอดเขาทรงพีระมิดที่ปกคลุมด้วยหิมะจุดบนสุดของยอดเขาโดยรอบภูเขานี้มีชื่อเสียงตรงส่วนที่เรียกว่า “ฮอร์น” ที่แปลว่า เขาสัตว์ หรือยอดพีระมิดที่โค้งลงเล็กน้อย และมีความสูง 4,478 เมตร แมทเธอร์ฮอร์นเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกเมื่อ 50 ล้านปีก่อน ทำให้มองเห็นเมืองแซร์มัทท์ในรัฐวาเลส์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์จากข้างบนภูเขาลูกนี้ ลองไปที่ยอดเขาอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ เช่น ฟูร์กเกน, ปิกโก มูซิโอ และเตสตา เดล เลโอเน การขึ้นเขาแมทเทอร์ฮอร์นนั้น การเดินทางไปยอดเขามัทเทอร์ฮอร์นจากเซอร์แมทเราสามารถนั่งเคเบิ้ลคาร์ จากสถานี Zermatt ZBAG-Iz ทางใต้สุดของเซอร์แมท เพื่อไปต่ออีก 2 สถานี จนถึงสถานีปลายทาง Klein Matterhorn (Matterhorn Glacier Paradise) สถานีเคเบิ้ลคาร์ที่สูงที่สุดในยุโรปที่ระดับความสูง 3,883 เมตร ทิวทัศน์รอบด้าน 360º ที่เผยให้เห็นภูเขา 38 ลูกที่ตั้งตระหง่านสูงกว่า 4,000 เมตร และธารนํ้าแข็ง 14 สาย นอกจากทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจสุดสายตาจนถึงยอดเขา Mont Blanc อีกด้วย

  • เที่ยง
    • บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร เมนูอาหารพื้นเมือง
  • บ่าย
    • นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น (BERN) เมืองหลวงของประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010

    • นำท่านชม บ่อหมีสีน้ำตาล (BEAR PARK) สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น

    • นำท่านชม มาร์กาสเซ ย่านเมืองเก่า ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี นำท่านลัดเลาะชม ถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดของเมืองนี้ ถนนกรัมกาสเซ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ชมนาฬิกาไซ้ท์ คล็อคเค่นทรัม อายุ 800 ปี ที่มี “โชว์” ให้ดูทุกๆชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์ Munster สิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 ประตูจะมีภาพที่บรรยายถึงการตัดสินครั้งสุดท้ายของพระเจ้า
    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น แค่ได้ยินชื่อขึ้นมาเราก็จะจินตนาการไปถึงเมืองเล็กที่ราย...

    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น แค่ได้ยินชื่อขึ้นมาเราก็จะจินตนาการไปถึงเมืองเล็กที่รายล้อมด้วยหุบเขา พาดผ่านด้วยภูมิประเทศแบบทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา อาคารทรงเก่าแก่ และส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเมืองหลวงคือเมือง Zurich (ซูริค) ด้วย ที่จริงแล้วเมืองหลวงของที่นี่คือกรุง Bern (เบิร์น) เมืองโบราณยุคกลางที่ยังคงรูปลักษณ์ดั้งเดิมตั้งแต่เมื่อ 800 ปีที่แล้ว เล่าถึงเรื่องชื่อเมือง “Bern” กันก่อน คำนี้มาจากภาษาเยอรมันที่แปลว่า “หมี” นั่นเอง สาเหตุที่ตั้งชื่อนี้ก็เพราะเป็นไปตามปณิธานของอดีตเจ้าผู้ครองเมือง ว่าสัตว์ชนิดแรกที่ล่าได้จะนำมาตั้งเป็นชื่อเมือง ซึ่งก็คงถึงคราวเคราะห์ของเจ้าหมีจริงๆ เลยได้กลายมาเป็นชื่อเมืองในที่สุด ด้วยความที่เป็นเมืองหลวงของประเทศ เมืองจึงต้องมีความเจริญ และขยายออกเรื่อยๆ ต้องชื่นชมทางการสวิสจริงๆ ที่ทำการอนุรักษ์ในส่วนของเมืองเก่า รักษาผังเมืองเดิมไว้ อนุญาตให้ดัดแปลงตัวอาคารได้แค่ภายในเท่านั้น ภายนอกห้ามเปลี่ยนแปลง เราจึงมีโอกาสได้เห็นสภาพบ้านเมืองแบบยุคกลางที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แถมยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรกดโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การ UNESCO ในปี 1983 ก่อนจะเข้าไปชมย่านเมืองเก่าสุดแสนโรแมนติก เราได้มีโอกาสแวะที่สวนกุหลาบซึ่งเป็นสวนสาธารณะ และจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นกรุง Bern ได้แบบเต็มๆ ตา ภาพของเมืองเก่าที่ตัดกับใบไม้เปลี่ยนสีนั้นทำให้เราเพลินตาจนเกือบลืมหายใจเลยล่ะค่ะ

    มาร์กาสเซ (Marktgasse) เป็นย่านเมืองเก่าที่ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค...

    มาร์กาสเซ (Marktgasse) เป็นย่านเมืองเก่าที่ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค และเป็นย่านที่ไม่ค่อยจะมีรถยนต์สัญจรไปมาบ่อย ๆ ย่านนี้จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่าอายุหลายร้อยปี

  • ค่ำ
    • บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร เมนูอาหารจีน

    • พักที่ WALDHORN HOTEL, BERN หรือเทียบเท่า
วันที่ห้า 5 : มองเทรอซ์ – ปราสาทชิลยอง - โลซานน์ – ศาลาไทย – เจนีวา
  • เช้า
    • บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • หลังอาหารพาทุกท่านไป ตรวจ RT-PCR เพื่อออกเอกสารผลตรวจเพื่อใช้ เช็คอินกลับประเทศ ไทย (ค่าตรวจ RT PCR ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคาประมาณ 100-150 EURO)

    • จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง เวเว่ย์ VEVEY เมืองสวยน่ารักที่ตั้งอยู่ในรัฐโวของสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา ความสวยงามและความมีชื่อเสียงของเวเว่ย์มีมากขนาดว่านักท่องเที่ยว ต่างก็ขนานนามเวเว่ย์ และมงเทรอซ์ ให้เป็น ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส Pearls of the Swiss Riviera เพราะมีอากาศดี อบอุ่นเกือบทุกฤดูกาล แวะถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ชาลี แชปลิน ดาวตลกค้างฟ้าชาวอังกฤษ มีผลงานสร้างชื่อเสียงในอเมริกา และเลือกเวเว่ย์เป็นสถานที่พักกายใจในบั้นปลายของชีวิต

    • ออกเดินทางสู่เมือง มงเทรอซ์ MONTREUX (ระยะทาง 88 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เมืองตากอากาศริมทะเลสาบเลอมังค์ที่สวยงาม

    • นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทชิลยอง CHILLON CASTLE (ด้านนอก)ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ซาวอยโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะ สัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี ปราสาทแห่งนี้จึงเป็นอนุสาวรีย์แห่งความเกลียดชังของชาวสวิส ในปี ค.ศ.1530 เกิดการต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบของราชวงศ์ซาวอย โดยมีคนหนุ่มเลือดร้อนแห่งเจนีวา 3 คน ได้เป็นผู้นำต่อต้าน แต่ท้ายที่สุดคนหนึ่งถูกจับประหารชีวิต คนหนึ่งหนีหายไป ส่วนอีกคนหนึ่ง ถูกจับขังคุกล่ามโซ่ไว้ที่ปราสาทชิลยองนานถึง 4 ปี ก่อนที่ราชวงศ์ซาวอย จะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงจากกองทัพแห่งเบิร์นในปีค.ศ.1536

    • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโลซานน์ (LAUSANNE) (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา เป็นเมืองที่สวยงามและมีเสน่ห์ตามธรรมชาติ และยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 4 เมื่อชาวโรมันย้ายถิ่นฐานแผ่อิทธิพลเข้ามาถึงบริเวณที่ราบลุ่มแห่งนี้ นอกจากนี้เมืองโลซานน์ ยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่าและพระโอรส พระธิดาเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์อีกด้วย

    • นำท่านชมเมืองโลซานน์ ชมตัวเมืองเก่าสมัยโบราณ ผ่านชมมหาวิทยาลัยแห่งโลซานน์ ซึ่งมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก ผ่านชมย่านปลาซแชงฟรองซัวส์ มหาวิหารนอร์ทเธอดามอันเก่าแก่เริ่มก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ.1718 เป็นอาคารแบบโกธิคที่มีความสวยงามติดอันดับยุโรปอีกด้วย แวะถ่ายรูปหน้าพิพิธภัณฑ์โอลิมปิกสากล ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขา มองเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบที่งดงาม นำท่านชม สวนสาธารณะ ที่มีรูปปั้นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวงรัชการที่ 9 เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

    • จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของเมืองโลซานน์
    เวอแว (ฝรั่งเศส: Vevey, ออกเสียง: [vəvɛ]) เป็นเมืองแห่งหนึ่งในรัฐโว ประเทศสวิตเซ...

    เวอแว (ฝรั่งเศส: Vevey, ออกเสียง: [vəvɛ]) เป็นเมืองแห่งหนึ่งในรัฐโว ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมชายฝั่งด้านเหนือของทะเลสาบเจนีวา ใกล้กับเมืองโลซาน เมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางการบริหารของเขตเวอแวจนถึง ค.ศ. 2006 ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเขตรีวีเยรา-เปอี-ด็องโอ และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสในสวิตเซอร์แลนด์ เวอแวเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของเนสท์เล่ บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ซึ่งก่อตั้งขึ้นที่นี่ใน ค.ศ. 1867 ช็อกโกแลตนมได้รับการผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองนี้โดยดาเนียล ปีเตอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1875

    มงเทรอ (ฝรั่งเศส: Montreux) เป็นเมืองในรัฐโวของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มงเทรออยู่ใน...

    มงเทรอ (ฝรั่งเศส: Montreux) เป็นเมืองในรัฐโวของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มงเทรออยู่ในภาครอม็องดีซึ่งเป็นเขตที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสในสวิตเซอร์แลนด์ มงเทรอตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดริมทะเลสาบเจนีวาบนเส้นทางเข้าสู่หุบเขาของเทือกเขาแอลป์ ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางที่โรมันใช้สัญจรผ่าน เมืองนี้ถูกกล่าวถึงในเอกสารครั้งแรกในปี ค.ศ. 1215 ในชื่อ Mustruel

    ปราสาทชิลยอง เป็นปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อคอยเก็บค่าผ่านทาง ปราสาทสไตล์โ...

    ปราสาทชิลยอง เป็นปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อคอยเก็บค่าผ่านทาง ปราสาทสไตล์โกธิคของตระกูลซาวอย ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างแน่นหนา ด้านหน้าปราสาทที่ติดถนนเป็นป้อมปราการมีหอคอย 3 ยอดห่างออกมาจากฝั่งเชื่อว่าเป็นที่พักของท่านเคานต์แห่งซาวอย ส่วนอีกด้านหันหน้าเข้าหาทะเลสาบ ซึ่งเงียบสงบร่มเย็นคาดว่าน่าจะเป็นที่ประทับของเจ้าชาย และฝั่งด้านติดทะเลสาบนั้นยากแก่การลอบเข้าโจมตีของศัตรู มีกวีหลายคนได้เยี่ยมเยียนปราสาทชิลยองแห่งนี้ แล้วนำไปแต่งเป็นเรื่องราวและบทกวีต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะเรื่องของคุกที่เคยขังฟรังซัวส์ โบนิวาร์ด ที่เป็นนักบวชและนักการเมือง โดยเขาเรียกร้องให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้ให้เจนีวาเป็นอิสระจากซาวอย เขาจึงถูกจับล่ามโซ่ตรึงเข้ากับเสาต้นที่ 5 ในคุกใต้ดิน และโชคดีที่กองทัพสวิสจากเบิร์นเข้ามายึดอำนาจได้สำเร็จ ทำให้โบนิวาร์ดเป็นอิสระ และกลับไปใช้ชีวิตที่เหลือที่เจนีวา

    โลซานน์ ( Lausanne) เป็นเมืองในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนใหญ่คนเกือบทั้งหมดใช้ภาษ...

    โลซานน์ ( Lausanne) เป็นเมืองในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนใหญ่คนเกือบทั้งหมดใช้ภาษาฝรั่งเศสสื่อสารมากกว่าภาษาอื่นของสวิส อันได้แก่ สวิสเยอรมัน สวิสอิตาลีและอังกฤษ จึงเป็นข้อได้เปรียบสำหรับผู้คนใช้ชีวิตที่นั่นให้จำเป็นต้องร่ำเรียนรู้สื่อสารภาษาท้องถิ่นให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบเจนีวา โดยติดกับเมืองเอวีย็อง-เล-แบ็งของประเทศฝรั่งเศส โลซานน์เป็นเมืองหลวงของรัฐโว และตั้งอยู่ห่างจากเมืองเจนีวาไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 60 กิโลเมตร ในอดีตเมืองโลซานน์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน เพราะพื้นที่ของเมืองอยู่ติดกับทะเลสาบเจนีวา ทำให้เชื่อมต่อกับอาณาจักรโรมันเมืองอื่นๆได้สะดวก ในอดีตเขตชุมชนตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ด้วยชัยภูมิของเมืองดี จึงเป็นที่หมายปองของมหาอำนาจ ชาวบ้านจึงย้ายไปตั้งชุมชนบนเนินเขาเหนือทะเลสาบ ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ เขตเมืองเก่า (เนินเขาเหนือทะเลสาบ) และเขตริมทะเลสาบ โลซานน์เป็นเมืองเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคกลาง ภายในตัวเมืองเชื่อมต่อถึงกันด้วยตรอกซอกซอยเล็กๆ คดเคี้ยวสูงต่ำไปตามเนินเขาที่ตั้งของเมือง ซึ่งได้รับการดูแลรักษาความสะอาดเป็นอย่างดี ดูสวยงามและเต็มไปด้วยมนต์ขลังของความรุ่งเรืองในยุคโบราณ คนไทยรู้จักเมืองโลซานในฐานะที่ในหลวงรัชกาลที่ 8 รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงศึกษาและทรงเจริญพระชนณ์ ณ เมืองนี้ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทั้งนี้เมืองโลซานน์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย แต่เราแนศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนสาธารณะเดอน็องตู (Le Denantou ) ในเขตเทศบาลเมืองโลซานน์ เป็นศาลาทรงจัตุรมุขสร้างด้วยไม้สักและไม้เนื้อแข็ง มีหน้าจั่วสี่ด้าน ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 16 เมตร น้ำหนักเฉพาะตัวศาลาอยู่ที่ประมาณ 27 ตัน ก่อสร้างด้วยไม้ตะเคียนและไม้สักตามลักษณะการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมไทยแบบโบราณ ประดับตกแต่งด้วยเครื่องลำยองคือ ช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง หางหงส์ ซึ่งสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองศิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2549 กระทรวงต่างประเทศสนับสนุนงบประมาณ กรมศิลปากรดำเนินการก่อสร้าง โดยมีพลอากาศตรีอาวุธ เงินชูกลิ่น สถาปนิกหลวง ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรมและอดีตอธิบดีกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ นายก่อเกียรติ ทองผุด เป็นนายช่างศิลปกรรม นายเศกสรรค์ ปัญญารัมย์ เป็นนายช่างเขียนแบบ นายสุทิน เจริญสวัสดิ์ เป็นวิศวกรโยธา แล้วเสร็จเมื่อกลางปี พ.ศ.2550 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จไปประกอบพิธีเปิดศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติหลังนี้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 สร้างความปลาบปลื้มปิติยินดีแก่ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศะนำ สวนเดอน็องตู เพราะที่สวนแห่งนี้มีศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยโลซานน์ (University of Lausanne) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบเจนีวาปัจจุบันที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีหลากหลายสาขาให้เลือกเรียน ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1537 ในฐานะโรงเรียนเทววิทยา และเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในปี ค.ศ. 1890 ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยโลซานน์ที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ของไทยอย่างมาก สมเด็จพระพี่นางฯ รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ทรงสำเร็จการศึกษาจากที่นี่ โดยสมเด็จพระพี่นางฯ ทรงศึกษาด้านเคมี รัชกาลที่ 8 ทรงศึกษาด้านนิติศาสตร์ และรัชกาลที่ 9 ทรงศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อรัชกาลที่ 9 ได้ทรงครองราชย์ ก็ได้ทรงเปลี่ยนมาศึกษาด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ เพื่อใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ปัจจุบันอาคารหลังนี้ปรับปรุงเป็นห้องสมุดของมหาวิทยาลัยแล้วต่อมาในปี 1980 มหาวิทยาลัยย้ายไปตั้งชานเมืองของโลชานน์

  • เที่ยง
    • บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร เมนูอาหารจีน
  • บ่าย
    • ท่านเดินทางสู่ กรุงเจนีวา (GENEVA) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญมากของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบเจนีวาที่ไหลรวมเข้ากับแม่น้ำโรห์น (Rhone river) และเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรป อีกทั้ง กรุงเจนีวา ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองนานาชาติ (Global City) เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติสำคัญๆ หลายองค์กร เช่น สำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติประจำทวีปยุโรป, องค์การอนามัยโลก (WHO), องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นต้น นอกจากนี้แล้วกรุงเจนีวายังเป็นสถานที่จัดตั้งองค์การสันนิบาตชาติ ใน ค.ศ. 1919 และกาชาดสากล ใน ค.ศ. 1864
    เจนีวา (อังกฤษ: Geneva) หรือออกเสียงในภาษาท้องถิ่นว่า เฌอแนฟว์ (ฝรั่งเศส: Genève...

    เจนีวา (อังกฤษ: Geneva) หรือออกเสียงในภาษาท้องถิ่นว่า เฌอแนฟว์ (ฝรั่งเศส: Genève) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (รองจากซือริช) ถือเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในภาครอม็องดีอันเป็นภูมิภาคที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลักในสวิตเซอร์แลนด์ นครเจนีวาตั้งอยู่บริเวณต้นแม่น้ำโรนซึ่งไหลออกจากทะเลสาบเจนีวา เจนีวามีสถานะเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐแห่งรัฐเจนีวา เจนีวาถือเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางของโลก โดยเป็นศูนย์กลางทางการเงิน, ศูนย์กลางทางการทูต เจนีวาถือเป็นเมืองที่มีองค์กรระหว่างประเทศตั้งอยู่มากที่สุดในโลก[3] ในบรรดาองค์กรเหล่านี้อาทิ หน่วยงานของสหประชาชาติและกาชาดสากล เป็นต้น ในปี 2017 เจนีวาได้รับการจัดอันดับโดย Global Financial Centres Index ให้เป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงินอันดับ 15 ของโลก และเป็นที่ 5 ของทวีปยุโรป รองจากลอนดอน, ซือริช, แฟรงเฟิร์ต และลักเซมเบิร์ก[4] และยังได้รับการจัดอันดับโดย Mercer's Quality of Living index ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลกในปีเดียวกัน

  • ค่ำ
    • บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร เมนูอาหารพื้นเมือง

    • พักที่ BERNINA HOTEL, GENEVA หรือเทียบเท่า
วันที่หก 6 : น้ำพุเจ็ทโด้ – นาฬิกาดอกไม้สวนอังกฤษสนามบินเจนีวา – สนามบินดูไบ
  • เช้า
    • บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    • นำท่านชม น้ำพุเจ็ทโด้ (THE JET D’EAU) สัญลักษณ์ของกรุงเจนีวาตั้งอยู่กลางทะเลสาบเลอมังค์ หรือทะเลสาบเจนีวาเป็นน้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสูงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยน้ำพุสามารถพุ่งได้สูงสุดประมาณ 140 เมตร (459 ฟุต)

    • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ นาฬิกาดอกไม้สวนอังกฤษ (JARDIN ANGLAIS) ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา

    • นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อให้ท่านได้ทำ Tax Refund และเตรียมการเช็คอินเดินทางกลับ
  • 15:15
    • ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติ กรุงดูไบ ประเทศ UAE โดยสายการบิน EMIRATES AIRLINES เที่ยวบินที่ EK090 ** มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **
  • 23:45
    • เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติ กรุงดูไบ ประเทศ UAE (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)
วันที่เจ็ด 7 : ดูไบ - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) (มีอาหารและเครื่องดื่มบริการบนเครื่องบิน)
  • 02:50
    • ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน EMIRATE AIRLINES เที่ยวบินที่ EK384 ** มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบริการ **
  • 12:15
    • เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • หัวข้อเงื่อนไข
เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 30 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการทั้งหมด
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 15 ถึง 29 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการ 50 %
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางน้อยกว่า (<) 15 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการทั้งหมด

    กรณีมีเหตุยกเลิกทัวร์ โดยไม่ใช่ความผิดของบริษัททัวร์ คืนเงินค่าทัวร์โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง(ถ้ามี)



    *แจ้งรายละเอียดการเก็บค่าธรรมเนียม 10
เงื่อนไขและข้อมูลควรทราบเพิ่มเติม
  • ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทาง หรือ เลื่อนการเดินทางไปในพีเรียดวันอื่นต่อไป โดยทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนการเดินทางใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ ก่อนคอนเฟิร์มลางาน กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษทุกครั้งหากท่านลางานแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้


     กรณีที่ท่านต้องออกบัตรโดยสารภายใน (ตั๋วภายในประเทศ เช่น ตั๋วเครื่องบิน , ตั๋วรถทัวร์ , ตั๋วรถไฟ) กรุณาติดต่อสอบถามเพื่อยืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง และควรจองบัตรโดยสารภายในที่สามารถเลื่อนวันและเวลาเดินทางได้ เพราะมีบางกรณีที่สายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ทบิน หรือ เวลาบิน โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สภาพภูมิกาศ และ ตารางบินของท่าอากาศยานเป็นสำคัญเท่านั้น สิ่งสำคัญ ท่านจำเป็นต้องมาถึงสนามบินเพื่อเช็คอินก่อนเครื่องบิน อย่างน้อย 3 ชั่วโมง โดยในส่วนนี้หากเกิดความเสียหายใดๆบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นใดๆทั้งสิ้น


     อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไฟล์ทบิน จากสายการบิน จะแจ้งให้ท่านทราบอีกครั้งก่อนการเดินทาง


    กรณีที่ท่านเป็นอิสลาม ไม่ทานเนื้อสัตว์ หรือ แพ้อาหารบางประเภท กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ


     กรณีผู้เดินทางต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ อาทิเช่น ใช้วีลแชร์ (Wheel Chair) กรุณาแจ้งบริษัทฯ อย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทาง หรือตั้งแต่ที่ท่านเริ่มจองทัวร์ เพื่อให้ทางบริษัทประสานงานกับสายการบินเพื่อจัดเตรียมล่วงหน้า กรณีมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามจริงที่เกิดขึ้นกับผู้เดินทาง


    กรุณาส่งรายชื่อผู้เดินทาง พร้อมสำเนาหน้าแรกของหนังสือเดินทางทุกท่านให้กับเจ้าหน้าที่หลังจากชำระเงินกรณีที่ท่านเดินทางเป็นครอบครัว (หลายท่าน) กรุณาแจ้งรายนามคู่นอนกับเจ้าหน้าที่ให้ทราบ


    กรณีที่ออกบัตรโดยสาร (ตั๋ว) เรียบร้อยแล้ว มีรายละเอียดส่วนใดผิด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หากท่านไม่ดำเนินการส่งสำเนาหน้าแรกของหนังสือเดินทางให้ทางบริษัทเพื่อใช้ในการออกบัตรโดยสาร


     หลังจากท่านชำระค่าทัวร์ครบตามจำนวนเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทจะนำส่งใบนัดหมายและเตรียมตัวการเดินทางให้ท่านอย่างน้อย 3 หรือ 7 วัน ก่อนออกเดินทาง


     อัตราทัวร์นี้ เป็นอัตราสำหรับบัตรโดยสารเครื่องบินแบบหมู่คณะ (ตั๋วกรุ๊ป) ท่านจะไม่สามารถเลื่อนไฟล์ท วัน ไป หรือ กลับส่วนใดได้ จำเป็นจะต้องไป และ กลับ ตามกำหนดการเท่านั้น หากต้องการเปลี่ยนแปลงกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ


     ทางบริษัทไม่มีนโยบายจัดคู่นอนให้กับลูกค้าที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เช่น กรณีที่ท่านเดินทาง 1 ท่าน จำเป็นต้องชำระค่าห้องพักเดี่ยวตามที่ระบุ


    หนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต ต้องมีอายุใช้งานได้คงเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ณ วันกลับ


อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าบัตรโดยสารโดยเครื่องบิน (ตั๋ว) ไป และ กลับพร้อมคณะ ชั้นประหยัด (ECONOMY CLASS) รวมถึงค่าภาษีสนามบินและค่าภาษีน้ำมันทุกแห่ง กรณีต้องการอัพเกรด UPGRADE หรือ เปลี่ยนแปลงบัตรโดยสาร ไม่ว่าเที่ยวใด เที่ยวหนึ่ง กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ


    กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (CARRY ON) คนละ 1 ใบ ใบละไม่เกิน 7 กก.


    ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรมท่องเที่ยว


    มัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง


    ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางตามกรมธรรม์ ค่ารักษาพยาบาลวงเงินท่านละ 500,000 บาท หรือกรณีเสียชีวิต วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ตามเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย ซึ่งไม่รวมประกันสุขภาพ


    ค่าอาหาร ตามรายการที่ระบุในโปรแกรมการเดินทาง


    ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตรฐานตามรายการที่ระบุ (พัก 2-3 ท่าน ต่อ ห้อง) ในกรณีมีงานเทรดแฟร์ การแข่งขันกีฬา หรือ กิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้โรงแรมตามรายการที่ระยุเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโรงแรมที่พัก ไปเป็นเมืองใกล้เคียงแทน อ้างอิงมาตรฐานคุณภาพและความเหมาะสมเดิม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ


    ค่าประกันคุ้มครอง COVID-19 ตามกรมธรรม์ ค่ารักษาพยาบาลวงเงินสูงสุดท่านละ 30,000 บาท คุ้มครองทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ อายุ 1 – 75 ปี ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ออกเดินทาง ตามเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย ซึ่งไม่รวมกรณีเสียชีวิตจากโรค COVID-19


    ค่ารถโค้ชปรับอากาศตลอดเส้นทางตามรายการระบุ


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่ามินิบาร์ในห้องพัก(ถ้ามี) และค่าใช้จ่ายส่วนตัว นอกเหนือจากที่ระบุในรายการ


    ค่าอาหารสำหรับท่านที่ทานเจ มังสวิรัติ หรืออาหารสำหรับมุสลิม


    ค่าธรรมเนียมการเข้าชมสถานที่ของชาวต่างชาติที่เพิ่มเติมตามการจ่ายจริง


    ค่าธรรมเนียมในกรณีที่โหลดกระเป๋าสัมภาระหรือสัมภาระที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินนั้นๆกำหนดหรือสัมภาระใหญ่เกินขนาดมาตรฐาน


    ค่าธรรมเนียมการจองที่นั่งบนเครื่องบินตามความต้องการเป็นกรณีพิเศษหากสามารถทำได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายการบิน และ รุ่นของเครื่องบินแต่ละไฟล์ทที่ใช้บิน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้อยู่ที่สายการบินเป็นผู้กำหนด


    ค่าภาษีน้ำมัน ที่สายการบินเรียกเก็บเพิ่ม ภายหลังจากทางบริษัทฯได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว


     ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัท


    ค่าธรรมเนียม+ค่าบริการยื่นวีซ่าเชงเก้น (กรณีให้ยื่นวีซ่าให้ ค่าธรรมเนียม+ประกัน+บริการ 5,000บาท)


    ค่าตรวจ RT PCR เพื่อออกเอกสารเช็คอินตอนกลับประเทศไทย ประมาณ 100-150 EURO


    ค่าโรงแรมกักตัว 1วัน ตอนมาถึงประเทศไทย


    ค่าตรวจ RT PCT ก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง เพื่อใช้ในการเช็คอินขาไป


PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
0 บทวิจารณ์
0 บทวิจารณ์